ไปยึดรถ ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินในรถ ศาลฎีกาไม่รอลงอาญา|ไปยึดรถ ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินในรถ ศาลฎีกาไม่รอลงอาญา

ไปยึดรถ ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินในรถ ศาลฎีกาไม่รอลงอาญา

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ไปยึดรถ ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินในรถ ศาลฎีกาไม่รอลงอาญา

อยากทราบว่าคดีไฟแนนซ์ พี่ที่รู้จักกันเขาทำงานกับไฟแนนซ์กับบริษัทแห่งหนึ่ง

บทความวันที่ 24 ม.ค. 2554, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9097 ครั้ง


ไปยึดรถ ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินในรถ ศาลฎีกาไม่รอลงอาญา

           

 อยากทราบว่าคดีไฟแนนซ์  พี่ที่รู้จักกันเขาทำงานกับไฟแนนซ์กับบริษัทแห่งหนึ่ง  จากนั้นเขาก็ไปแจ้งความว่ารถคันนี้หยุดส่ง  คือไม่ส่งตามงวด  แล้วเขากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง  ก็ได้ไปที่รถเพื่อยึด  แต่สิ่งผิดพลาดของเค้าคือเค้าไม่ได้เอาตำรวจไปด้วยหรือถ่ายรูปตอนเปิดรถไว้ จากนั้นก็เอารถไปตามระเบียบ แต่เจ้าของรถได้ฟ้องว่า พี่เค้าขโมยเงินในรถไป 6000 บาทถ้วน จากนั้นเรื่องก็ขึ้นศาล ถึงศาลฏีกา ศาลสั่งจำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา แต่อยากทราบว่า  แล้วฝ่ายตรงข้ามเขามีหลักฐานอะไรเรื่องเงินเค้าหาย แล้วพอจะมีทางช่วยเหลือหรือทำให้โทษลดหย่อยกว่านี้ไหม หรือการขอพระราชทานอภัยโทษต้องทำไงคะ พี่เขามีลูกและเมียต้องช่วยดูแลอีก  รบกวนช่วยหน่อยนะคะ

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.namdharithailand.org

คำแนะนำสำนักงานทนายความ ทนายคลายทุกข์
          เมื่อคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว คดีย่อมถึงที่สุดแต่ผู้ต้องคำพิพากษาหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง มีสิทธิถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษ และยื่นต่อ รมต.มหาดไทย หรือถ้าหากผู้ถวายเรื่องราว ซึ่งต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำจะยื่นเรื่องพัสดี หรือผู้บัญชาการเรือนจำก็ได้ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 259,260
 
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 259
  ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างใดๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้า ฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษ จะยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้

มาตรา 260  ผู้ถวายเรื่องราวซึ่งต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยื่นเรื่องราวต่อพัศดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำก็ได้ เมื่อได้รับเรื่องราวนั้นแล้ว ให้พัศดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นเรื่องราว แล้วให้รีบส่งเรื่องราวนั้นไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

น่าจะไปขอเลขคำพิพากษาศาลฎีกา แล้วอ่านเนื้อหาดู ก็จะเข้าใจเรื่องการพิเคราะห์พยานหลักฐาน หากศาลขั้นต้นเชื่อว่า มีเงินอยู่จริงก็ต้องมีหลักฐานยืนยันครับ เพราะเป็นคดีอาญาต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดแจ้งถึงจะพิพากษาลงโทษได้

โดยคุณ ทนายจัน 24 ม.ค. 2554, 10:50

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก