ทนายคลายทุกข์/ให้คำปรึกษาคดีชาวต่างชาติปลอมบัตรเครดิต/เมืองพัทยา/การทำงานของนักสืบตำรวจ|ทนายคลายทุกข์/ให้คำปรึกษาคดีชาวต่างชาติปลอมบัตรเครดิต/เมืองพัทยา/การทำงานของนักสืบตำรวจ

ทนายคลายทุกข์/ให้คำปรึกษาคดีชาวต่างชาติปลอมบัตรเครดิต/เมืองพัทยา/การทำงานของนักสืบตำรวจ

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ทนายคลายทุกข์/ให้คำปรึกษาคดีชาวต่างชาติปลอมบัตรเครดิต/เมืองพัทยา/การทำงานของนักสืบตำรวจ

การสืบสวนเกี่ยวกับการปลอมบัตรเครดิตจะต้องได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงิน/ร้านค้าให้เบาะแส และเจ้าของอพาร์ทเมนต์หรือโรงแรมที่พบเห็นการใช้จ่ายเงิน

บทความวันที่ 15 ต.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 10291 ครั้ง


ทนายคลายทุกข์/ให้คำปรึกษาคดีชาวต่างชาติปลอมบัตรเครดิต/เมืองพัทยา/การทำงานของนักสืบตำรวจ


1. การสืบสวนของตำรวจโดยนักสืบ
                 การสืบสวนเกี่ยวกับการปลอมบัตรเครดิตจะต้องได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงิน/ร้านค้าให้เบาะแส และเจ้าของอพาร์ทเมนต์หรือโรงแรมที่พบเห็นการใช้จ่ายเงินที่สรุ่ยสร่ายของชาวต่างชาติ หรือการซื้อสินค้าหรือบริการที่ผิดปกติควรแจ้งให้ตำรวจทราบ เมื่อตำรวจได้รับข้อมูลจะประสานงานกับสถาบันการเงินและให้เจ้าของร้านถ่วงเวลาไม่ให้คนร้านหลบหนีและเข้าจับกุม นักสืบของตำรวจจะต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีมิฉะนั้นอาจจับคนร้ายไม่ได้เนื่องจากเป็นผู้ที่มีการศึกษาสูง และทำงานเป็นทีม  การทำงานของนักสืบจึงต้องทำงานอย่างมืออาชีพ


2. พยานหลักฐานในคดี
               กล้องวงจรปิดในขณะที่คนร้ายกำลังรูดบัตรเครดิต สลิปบัตรเครดิต บัตรเครดิตปลอม  นักสืบจะต้องตรวจยึดให้ได้จากตัวคนร้ายหรือภายในรถยนต์หรือบ้านพักของคนร้าย นอกจากนี้จะต้องขยายผลจากข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือ และนักสืบจะต้องขยายผลโดยการบังคับให้คนร้ายโทรศัพท์หาผู้ร่วมขบวนการและพาไปจับกุมเพื่อจะได้จับยกแก๊ง หากนักสืบจับไม่หมดทุกคน คนร้ายยังคงลอยนวลและสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศต่อไป


3. ข้อควรระวังในการใช้บัตรเครดิต
               อย่าใช้บัตรเครดิตในสถานที่ไม่สมควรเช่น อาบอบนวด ผับหรือบาร์ หรือร้านค้าที่มีพวกมิจฉาชีพมาใช้บริการ และถ้าส่งมอบบัตรเครดิตแล้วใช้เวลานานในการรูดบัตร ควรเดินไปติดตามหรือสอบถามและถ้าเป็นไปได้ขอบัตรคืน ควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ที่เป็นอันตรายในการใช้บัตร ตรวจสอบยอดเงินในการใช้บัตรอย่างสม่ำเสมอจาก call center ของธนาคาร อายัดบัตรทันทีเมื่อพบความผิดปกติของการใช้บัตร และบันทึกเสียงการสนทนาในขณะแจ้งอายัดบัตร เพราะมีหลายคดีที่พนักงานไม่ยอมรับว่ามีการอายัดบัตร ทำให้เสียสิทธิในการเรียกค่าเสียหายกับธนาคาร หลังจากนั้นให้แจ้งความทันที


4. บทลงโทษตามกฎหมาย
             ป.อ.มาตรา 269/1  , 269/4  , 269/7  มีโทษจำคุก 10 ปี 6 เดือน โดยประมาณ และโทษปรับอีกส่วนหนึ่ง

 

เนื้อหาข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
                 เมื่อเวลา 02.20 น. วันที่ 15 ตุลาคม พ.ต.ท.สุวรรณ อุ่นอนันต์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท. (ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ) จ.ชลบุรี ร.ต.อ.สุประพันธ์ โพธิภิรมย์ , ร.ต.อ.ชธิปัตต์ ปรางค์เนาวรัตน์ , ร.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ , ร.ต.อ.ยศพงษ์ กุลดิลก , ร.ต.อ.จรุงศักดิ์ จำรูญ รอง สว.ส.ฯ พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัททยา ร่วมแถลงข่าวการจับกุมชาวต่างชาติแก๊งปลอมบัตรเครติด ผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายอเล็กซ์ ยานโชโกล ( MR.OLEG YANCHOGL ) อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย และ นายวิทาลี พาฟลอฟ ( MR.VITALY PAVLOV ) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย
               ทั้งนี้ยึดของกลางเป็น อุปกรณ์การทำบัตรเครดิตปลอม พร้อมบัตรเครดิตปลอม จากธนาคารต่างๆ จำนวน 6 ใบ , สลิปเงินสดเบิกเงินล่วงหน้าจากธนาคารในเมืองพัทยา ประกอบด้วยธนาคารกรุงไทย , ธนาคารไทยพานิชย์ , ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทยรวม 21 ใบ และเงินสดที่เบิกจากธนาคารต่างๆดังกล่าว มูลค่ากว่า 7 แสนบาท , คอมพิวเตอร์โน๊ดบุ๊ก 1 เครื่อง , ซิมการ์ดโทรศัพท์จำนวน1 ซิม, กระเป๋าสะพายจำนวน 2 ใบ ,กระเป๋าเงินจำนวน 2 ใบ, รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่น แคมรี่สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กล 2682 ชลบุรี , หนังสือเดินทางปลอมของผู้ต้องหารวม 4 ใบ รวมของกลางทั้งหมด 23 รายการ
                   โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณลานจอดรถตรงข้ามร้านอาหารปันปัน ถนนทัพพระยา ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนของกลางบางส่วนตรวจค้นยึดได้จากห้องพักให้เช่าเลขที่ 388/55 ห้องเบอร์ 212 ม.12 ซอยวัดบุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยแจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันมีและใช้บัตรอิเล็คทรอนิกส์โดยมิชอบ หรืออันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมแปลงขึ้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งบัตรอิเลคทรอนิกส์ปลอม ”
                 พ.ต.ท.สุวรรณ  กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 21.50 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก น.ส.วาสนา ทุ่มขนอน พนักงานธนกิจธนาคารไทยพานิชย์ สาขาวงศ์อำมาตย์ (บู๊ดพัทยาซอย8) ถนนชเลียบชายหาดพัทยาว่ามีชายชาวต่างชาติ จำนวน 2 คน ได้นำบัตรเครดิตการ์ด มารูดเบิกเงินสดล่วงหน้าจำนวน 40,000 บาท จากธนาคาร หลังจากได้เงินผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนก็ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่น แคมรี่สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กล 2682 ชลบุรี หลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสอบภายหลังก็พบว่าบัตรเครดิตการ์ดที่นำมารูดเบิกเงินสดล่วงหน้านั้นเป็นบัตรปลอม จึงประสานกำลังตำรวจให้ติดตามจับกุม
พ.ต.ท.สุวรรณ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ติดตามจนพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คนขับรถยนต์เก๋งที่เช่ามาไปจอดที่ ลานจอดรถตรงข้ามร้านอาหารปันปัน จึงทำการจับกุมตัวได้พร้อมของกลางเงินสดกว่า 7 แสนบาท และสลิปเบิกเงินล่วงหน้าจากธนาคารต่างๆจำนวนมาก ที่ผู้ต้องหาก่อเหตุรูดเบิกเงินมาก่อนหน้านี้ซุกอยู่ในรถพร้อมบัตรเครดิตการ์ดธนาคาต่างๆจำนวนมากที่ผู้ต้องหาปลอมขึ้นรวมทั้งหนังสือเดินทางปลอมของผู้ต้อง
               จากนั้นจึงไปตรวจค้นหาของกลางเพิ่มเติมที่ห้องพักของผู้ต้องหาก็ยึดของกลางได้อีกหลายรายการดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอ้างว่าไม่ได้ทำบัตรเครดิตขึ้นมาเอง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานมัดแน่นว่าผู้ต้องหาเป็นแก๊งบัตรเครดิตปลอมแก๊งใหญ่ที่กำลังอาละวาดหนักตามแหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและที่ต่างๆในประเทศไทยและมีอุปกรณ์การทำบัตรเครดิตปลอมที่ยึดได้
              พ.ต.ท.สุวรรณ กล่าวอีกว่า นับว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเป็นแก๊งปลอมบัตรเครดิตชาวต่างชาติรายใหญ่ที่ถูกตำรวจติดตามจับกุมได้และมีของกลางที่ก่อเหตุมาแล้วเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่าก่อเหตุมาจากที่ใดแล้วบ้างและเร่งกวาดล้างแก๊งต่างชาติแก๊งนี้ให้หมดสิ้น เนื่องจากเป็นนโยบายหลักของ พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.)ที่สั่งการให้กวาดล้างปราบปรามจับกุมแก๊งปลอมบัตรเครดิตและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้หมดสิ้นจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
              นอกจากนี้ยังได้จับกุมตัว นายอุบล มีแก้ว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 ม.1 ต.บึงกระจับ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เอเย่นต์ค้ายาเสพติด ทั้งยาบ้า เฮโลอีน ยาอี กัญชา ที่ปลอมขึ้นเองขายให้กับนักท่องเที่ยวต่าชาติในย่านถนนวอล์คกิ้งสตรีท ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ มีฉายาดังคือ เชียร ซอย10 ที่ทั้งเสพและขายเองอีกทั้งเพิ่งจะพ้นโทษจากการถูกจับคดีเสพยาเสพติดมาไม่นานนี้อีกด้วย
 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก