เจ้..บู้ (โหด..สุดๆ)|เจ้..บู้ (โหด..สุดๆ)

เจ้..บู้ (โหด..สุดๆ)

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

เจ้..บู้ (โหด..สุดๆ)

เรื่องที่นักสืบจะเล่านี้ ก็เป็นเรื่องโหด มันส์ ฮา (ไม่ออก) เช่นกันค่ะ แต่รายนี้ไม่ได้แค่ทุบรถอย่างรายแรกหรอกนะคะ เจ๊ลุยเองเลยค่ะ ตบตีกันกระจุยกระจาย

บทความวันที่ 26 มี.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 8066 ครั้ง


เจ้

เจ้..บู้ (โหด..สุดๆ)

 

            เรื่องที่นักสืบจะเล่านี้  ก็เป็นเรื่องโหด มันส์ ฮา  (ไม่ออก) เช่นกันค่ะ แต่รายนี้ไม่ได้แค่ทุบรถอย่างรายแรกหรอกนะคะ เจ๊ลุยเองเลยค่ะ ตบตีกันกระจุยกระจาย แต่จะเป็นยังไงต้องติดตามห้ามพลาดแม้แต่ช๊อตเดียวนะคะ ผู้จ้างวานของนักสืบรายนี้เป็นผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ มาจ้างนักสืบให้สืบเพราะสงสัยว่าสามีจะแอบไปมีเมียน้อย เพราะสามีชอบแว่บหายบ่อยๆ แต่ไม่ได้หายไปตอนกลางคืนนะ หายไปตอนกลางวันนี่แหละ ซึ่งไม่รู้ไปไหน ดิฉันก็เลยลองเอาเหตุผลแก้ต่างในอีกมุมว่า เขาอาจจะออกไปทำงานหรือเปล่าหรือไปซื้อของหรือเปล่า ผู้จ้างวานก็บอกว่า เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะธุรกิจก็ทำอยู่ที่บ้านของตัวเองและข้าวของเครื่องใช้ก็มีแม่บ้านบางวันสามีก็แต่งตัวดี บางวันก็ใส่กางเกงขาสั้นธรรมดา และยังสำทับมาอีกว่าสามีแกเป็นคนที่ระวังตัว,ช่างสังเกต และขับรถเร็วมาก แล้วในซอยบ้านของผู้จ้างวาน ก็เป็นซอยค่อนข้างส่วนตัว คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ถ้าคนแปลกหน้าเข้าไป จะเป็นที่สังเกตได้ง่าย แล้วทะเบียนรถนักสืบก็เป็นทะเบียนกรุงเทพฯ ดิฉันเลยต้องไปเช่ารถในพื่นที่ ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ แต่พอเอารถเข้าไปจอดแถวนั้น คนก็วนมาดูตลอดว่าพวกดิฉันเป็นใคร มาจากไหน ทำให้ดิฉันทำงานลำบากมากเลยค่ะ แถมตอนหลังมีตำรวจขับรถมาดูด้วย ดิฉันเห็นท่าไม่ดี เพราะถ้าขืนนิ่งอยู่อย่างนี้ คนที่เป็นเป้าหมายจะกลายเป็นนักสืบพร้อมทีมงานซะเอง ก็เลยโทรหาผู้จ้างวานว่า เขาสงสัยใครหรือเปล่า ถ้ามีจะได้เปลี่ยนเป้าหมาย เพราะตอนนี้เราทำงานไม่ได้เลย ตำรวจก็มากวนตลอด คนแถวนี้ก็วนกันมาดูหน้า ถ้าเป็นอย่างนี้อีกสักพักนักสืบคงต้องโดนกระทืบแน่ๆ

            ผู้จ้างวานก็เลยให้ข้อมูลมาว่า สงสัยผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเขาก็ให้ข้อมูลมาเท่าที่รู้ และพอได้ข้อมูลมาแล้ว นักสืบก็เปลี่ยนเป้าหมายไปเฝ้าผู้หญิงแทน เพราะคงจะทำงานได้สะดวกขึ้น ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะคิดไม่ถึงว่าจะมีคนตาม สุดท้ายก็ได้ผลจริงๆ ค่ะ พอตามผู้หญิงไปไม่นาน ก็เห็นเขาขับรถไปหาสามีของผู้จ้างวาน ซึ่งสามีของผู้จ้างวานมีคนขับรถไปด้วย ประมาณว่าคงกันตัวเองเหมือนไม่มีอะไรนะ จะไปทำอะไรกับใครได้ เพราะมีคนขับมาด้วย อะไรประมาณนี้ แต่คนขับรถแค่ไปส่ง จากนั้นสามีของผู้จ้างวานก็ขึ้นรถไปกับผู้หญิงคนนั้น แล้วเขาสองคนก็พากันไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นพากันไปยังบังกะโล ซึ่งเป็นสถานที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ดิฉันก็โทรรายงานผู้จ้างวาน ซึ่งเขาบอกว่าจะมาดูให้เห็นกับตาแน่นอน ก็ตามเคยค่ะ ดิฉันต้องบอกว่า พี่ใจเย็ยๆนะคะ แต่ไม่รู้เขาจะใจเย็นอย่างที่บอกหรือเปล่า เพราะเห็นทุกรายก็บอกว่า ไม่มีเรื่องหรอก ไม่ต้องห่วง ดิฉันก็เตือนผู้จ้างวานตลอดทางว่า เจ๊มาถึงเจ๊ต้องใจเย็นนะ อย่ามีเรื่องนะ เขาก็รับปากดิฉันอย่างดี เจ๊ก็แค่อยากรู้เท่านั้นแหละจ๊ะว่าที่มันบอกว่าเลิกมันเลิกจริงหรือเปล่า พอดิฉันบอกรูปพรรณสันฐานของผู้หญิงคนนั้นไป ผู้จ้างวานก็ร้องออกมาทันทีเลยว่า อ๋อ! อีนี่อีกแล้วเหรอ มันยังไม่เลิกกันอีกเหรอ ที่ชั้นสงสัยไม่มีผิดเลย

             จากนั้นดิฉันก็เข้าไปเช่าบังกะโลตรงข้ามกับหลังเป้าหมายอยู่ และส่องกล้องมาสังเกตการณ์และถ่ายวิดีโอตลอด เพราะไม่อยากให้เป้าหมายเห็นหน้า แล้วก็รายงานผู้จ้างวานว่า สามีแกเข้าไปได้ประมาณยี่สิบนาทีแล้วนะ อยู่ที่ห้องเบอร์.XXX นี้นะ พอผู้จ้างวานมาถึงปุ๊บ แกก็เดินไปเคาะประตูห้องทันทีพอสามีเปิดประตูมาปุ๊บ ผู้จ้างวานก็ร้องว่า ไอ้แก่มึง !! ไม่รู้ผู้จ้างวานแกเตรียมไม้มาจากไหน แกฟาดลงไปบนกบาลสามีอย่างแรง ผลก็คือสามีแกเลือดอาบเลยค่ะ ทีแรกนึกว่าสามีจะโกรธและลงไม้ลงมือกลับ แต่กลายเป็นว่าเขายิ้มสู้เมียนะ คอยเอาแต่หลบอย่างเดียว ฝ่ายเมียก็ตีไปด่าไป ไหนมึงบอกเลิกแล้วไง ทำไมโกหกกู มึงทำอย่างนี้กับกูใช่มั้ย ไอ้แก่มึ้ง!!ดิฉันแอบส่องกล้องดูอยู่ห้องอีกฝั่งพร้อมกับอาการใจเต้นไม่เป็นจังหวะ กลัวว่าเขาจะทำอะไรรุนแรงกันมากกว่านี้ แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้ๆ หรอก ได้แต่หลบอยู่ในห้องไม่กล้าโผล่หย้าออกให้ใครเห็น และพอเขากลับออกไปกันหมดแล้ว ดิฉันก็ยังไม่กล้าโผล่หน้าออกมาจากห้อง และไม่กล้าที่จะโทรติดต่อถามไถ่ผู้จ้างวานว่าเป็นยังไงบ้าง อย่างที่บอกค่ะ กลัวสามีผู้จ้างวานส่งคนมารอกระทืบ เพราะเราไม่รู้ว่าข้างนอกมีใครเฝ้าดูใครเฝ้าดูใครผิดปกติหรือเปล่า เพราะบางทีก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคนเดินอยู่ที่หน้าห้อง ท่าทางสามีผู้จ้างวานจะเป็นคนที่กว้างขวางในจังหวัดนี้พอสมควร และถ้าเกิดเขาเจอหน้าดิฉันเขาต้องจำได้แน่นอน เพราะตอนที่เขาเข้าไปทานอาหารกัยเมียน้อยในร้านนั้น  ดิฉันก็นั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามกับเขา ดิฉันและลูกทีมก็เลยต้องทำตัวเหมือนเป็นคนที่มาพักในบังกะโลนั้นจริงๆ ทั้งที่ในใจอยากจะออกจากห้องใจแทบขาด แต่ก็ไปไม่ได้

            กว่าจะได้ออกจากห้องก็นู่น เช้าของอีกวัน พอออกมาได้ก็รีบเผ่นกันทันที เพราะอึดอัดกันทั้งคืนแล้ว ดิฉันกลัวผู้จางวานจะปิดปากไม่อยู่ เกิดสามีขู่ให้บอกว่าจ้างใครตาม ผู้จ้างวานจะพลั้งปากบอกไปหรือเปล่าก้ไม่รู้ แล้วคืนนั้นก็มีโทรศัพท์สายแปลกๆ เข้ามาหลายสายมาก แต่ก็ไม่รับสักสาย ไม่รู้ว่าสามีของผู้จ้างวานจะโทรมาหรือเปล่า ตอนนั้นมันกลัวไปสารพัด เพราะขนาดผู้จ้างวานรับปากแล้วว่า ไม่ต้องห่วง ไม่มีเรื่องหรอก มาถึงแกยังฟาดกบาลสามี ที่แกรังแกหลงซะเลือดอาบหน้าขนาดนั้นแล้วดิฉันเป็นใครล่ะค่ะ แค่นักสืบที่แกจ้างมาสืบ แกคงไม่แคร์หรอก แต่ถึงยังไงเอาเป็นว่านักสืบอย่างอำนวยพรยังอยู่ครบสามสิบสองประการ ก็โอเคแล้วล่ะค่ะ

            ตอนนี้ไม่รู้ว่าผู้จ้างวานกับสามีแกเลิกกันหรือเปล่า หรือพอเมียจับได้คาหนังคาเขาอย่างนี้ ฝ่ายสามีจะเลิกกับอีหนูไปเลยก็ไม่รู้ เพราะนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ดิฉันและผู้จ้างวานก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยค่ะ!!

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

เรื่องที่นักสืบจะเล่านี้ ก็เป็นเรื่องโหด มันส์ ฮา (ไม่ออก) เช่นกันค่ะ แต่รายนี้ไม่ได้แค่ทุบรถอย่างรายแรกหรอกนะคะ เจ๊ลุยเองเลยค่ะ ตบตีกันกระจุยกระจาย แต่จะเป็นยังไงต้องติดตามห้ามพลาดแม้แต่ช๊อตเดียวนะคะ ผู้จ้างวานของนักสืบรายนี้เป็นผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ มาจ้างนักสืบให้สืบเพราะสงสัยว่าสามีจะแอบไปมีเมียน้อย เพราะสามีชอบแว่บหายบ่อยๆ แต่ไม่ได้หายไปตอนกลางคืนนะ หายไปตอนกลางวันนี่แหละ ซึ่งไม่รู้ไปไหน ดิฉันก็เลยลองเอาเหตุผลแก้ต่างในอีกมุมว่า เขาอาจจะออกไปทำงานหรือเปล่าหรือไปซื้อของหรือเปล่า ผู้จ้างวานก็บอกว่า เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะธุรกิจก็ทำอยู่ที่บ้านของตัวเองและข้าวของเครื่องใช้ก็มีแม่บ้านบางวันสามีก็แต่งตัวดี บางวันก็ใส่กางเกงขาสั้นธรรมดา และยังสำทับมาอีกว่าสามีแกเป็นคนที่ระวังตัว,ช่างสังเกต และขับรถเร็วมาก แล้วในซอยบ้านของผู้จ้างวาน ก็เป็นซอยค่อนข้างส่วนตัว คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ถ้าคนแปลกหน้าเข้าไป จะเป็นที่สังเกตได้ง่าย แล้วทะเบียนรถนักสืบก็เป็นทะเบียนกรุงเทพฯ ดิฉันเลยต้องไปเช่ารถในพื่นที่ ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ แต่พอเอารถเข้าไปจอดแถวนั้น คนก็วนมาดูตลอดว่าพวกดิฉันเป็นใคร มาจากไหน ทำให้ดิฉันทำงานลำบากมากเลยค่ะ แถมตอนหลังมีตำรวจขับรถมาดูด้วย ดิฉันเห็นท่าไม่ดี เพราะถ้าขืนนิ่งอยู่อย่างนี้ คนที่เป็นเป้าหมายจะกลายเป็นนักสืบพร้อมทีมงานซะเอง ก็เลยโทรหาผู้จ้างวานว่า เขาสงสัยใครหรือเปล่า ถ้ามีจะได้เปลี่ยนเป้าหมาย เพราะตอนนี้เราทำงานไม่ได้เลย ตำรวจก็มากวนตลอด คนแถวนี้ก็วนกันมาดูหน้า ถ้าเป็นอย่างนี้อีกสักพักนักสืบคงต้องโดนกระทืบแน่ๆ

ผู้จ้างวานก็เลยให้ข้อมูลมาว่า สงสัยผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเขาก็ให้ข้อมูลมาเท่าที่รู้ และพอได้ข้อมูลมาแล้ว นักสืบก็เปลี่ยนเป้าหมายไปเฝ้าผู้หญิงแทน เพราะคงจะทำงานได้สะดวกขึ้น ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะคิดไม่ถึงว่าจะมีคนตาม สุดท้ายก็ได้ผลจริงๆ ค่ะ พอตามผู้หญิงไปไม่นาน ก็เห็นเขาขับรถไปหาสามีของผู้จ้างวาน ซึ่งสามีของผู้จ้างวานมีคนขับรถไปด้วย ประมาณว่าคงกันตัวเองเหมือนไม่มีอะไรนะ จะไปทำอะไรกับใครได้ เพราะมีคนขับมาด้วย อะไรประมาณนี้ แต่คนขับรถแค่ไปส่ง จากนั้นสามีของผู้จ้างวานก็ขึ้นรถไปกับผู้หญิงคนนั้น แล้วเขาสองคนก็พากันไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นพากันไปยังบังกะโล ซึ่งเป็นสถานที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ดิฉันก็โทรรายงานผู้จ้างวาน ซึ่งเขาบอกว่าจะมาดูให้เห็นกับตาแน่นอน ก็ตามเคยค่ะ ดิฉันต้องบอกว่า พี่ใจเย็ยๆนะคะ แต่ไม่รู้เขาจะใจเย็นอย่างที่บอกหรือเปล่า เพราะเห็นทุกรายก็บอกว่า ไม่มีเรื่องหรอก ไม่ต้องห่วง ดิฉันก็เตือนผู้จ้างวานตลอดทางว่า เจ๊มาถึงเจ๊ต้องใจเย็นนะ อย่ามีเรื่องนะ เขาก็รับปากดิฉันอย่างดี เจ๊ก็แค่อยากรู้เท่านั้นแหละจ๊ะว่าที่มันบอกว่าเลิกมันเลิกจริงหรือเปล่า พอดิฉันบอกรูปพรรณสันฐานของผู้หญิงคนนั้นไป ผู้จ้างวานก็ร้องออกมาทันทีเลยว่า อ๋อ! อีนี่อีกแล้วเหรอ มันยังไม่เลิกกันอีกเหรอ ที่ชั้นสงสัยไม่มีผิดเลย

จากนั้นดิฉันก็เข้าไปเช่าบังกะโลตรงข้ามกับหลังเป้าหมายอยู่ และส่องกล้องมาสังเกตการณ์และถ่ายวิดีโอตลอด เพราะไม่อยากให้เป้าหมายเห็นหน้า แล้วก็รายงานผู้จ้างวานว่า สามีแกเข้าไปได้ประมาณยี่สิบนาทีแล้วนะ อยู่ที่ห้องเบอร์.XXX นี้นะ พอผู้จ้างวานมาถึงปุ๊บ แกก็เดินไปเคาะประตูห้องทันทีพอสามีเปิดประตูมาปุ๊บ ผู้จ้างวานก็ร้องว่า ไอ้แก่มึง !! ไม่รู้ผู้จ้างวานแกเตรียมไม้มาจากไหน แกฟาดลงไปบนกบาลสามีอย่างแรง ผลก็คือสามีแกเลือดอาบเลยค่ะ ทีแรกนึกว่าสามีจะโกรธและลงไม้ลงมือกลับ แต่กลายเป็นว่าเขายิ้มสู้เมียนะ คอยเอาแต่หลบอย่างเดียว ฝ่ายเมียก็ตีไปด่าไป ไหนมึงบอกเลิกแล้วไง ทำไมโกหกกู มึงทำอย่างนี้กับกูใช่มั้ย ไอ้แก่มึ้ง!!ดิฉันแอบส่องกล้องดูอยู่ห้องอีกฝั่งพร้อมกับอาการใจเต้นไม่เป็นจังหวะ กลัวว่าเขาจะทำอะไรรุนแรงกันมากกว่านี้ แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้ๆ หรอก ได้แต่หลบอยู่ในห้องไม่กล้าโผล่หย้าออกให้ใครเห็น และพอเขากลับออกไปกันหมดแล้ว ดิฉันก็ยังไม่กล้าโผล่หน้าออกมาจากห้อง และไม่กล้าที่จะโทรติดต่อถามไถ่ผู้จ้างวานว่าเป็นยังไงบ้าง อย่างที่บอกค่ะ กลัวสามีผู้จ้างวานส่งคนมารอกระทืบ เพราะเราไม่รู้ว่าข้างนอกมีใครเฝ้าดูใครเฝ้าดูใครผิดปกติหรือเปล่า เพราะบางทีก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคนเดินอยู่ที่หน้าห้อง ท่าทางสามีผู้จ้างวานจะเป็นคนที่กว้างขวางในจังหวัดนี้พอสมควร และถ้าเกิดเขาเจอหน้าดิฉันเขาต้องจำได้แน่นอน เพราะตอนที่เขาเข้าไปทานอาหารกัยเมียน้อยในร้านนั้น ดิฉันก็นั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามกับเขา ดิฉันและลูกทีมก็เลยต้องทำตัวเหมือนเป็นคนที่มาพักในบังกะโลนั้นจริงๆ ทั้งที่ในใจอยากจะออกจากห้องใจแทบขาด แต่ก็ไปไม่ได้

กว่าจะได้ออกจากห้องก็นู่น เช้าของอีกวัน พอออกมาได้ก็รีบเผ่นกันทันที เพราะอึดอัดกันทั้งคืนแล้ว ดิฉันกลัวผู้จางวานจะปิดปากไม่อยู่ เกิดสามีขู่ให้บอกว่าจ้างใครตาม ผู้จ้างวานจะพลั้งปากบอกไปหรือเปล่าก้ไม่รู้ แล้วคืนนั้นก็มีโทรศัพท์สายแปลกๆ เข้ามาหลายสายมาก แต่ก็ไม่รับสักสาย ไม่รู้ว่าสามีของผู้จ้างวานจะโทรมาหรือเปล่า ตอนนั้นมันกลัวไปสารพัด เพราะขนาดผู้จ้างวานรับปากแล้วว่า ไม่ต้องห่วง ไม่มีเรื่องหรอก มาถึงแกยังฟาดกบาลสามี ที่แกรังแกหลงซะเลือดอาบหน้าขนาดนั้นแล้วดิฉันเป็นใครล่ะค่ะ แค่นักสืบที่แกจ้างมาสืบ แกคงไม่แคร์หรอก แต่ถึงยังไงเอาเป็นว่านักสืบอย่างอำนวยพรยังอยู่ครบสามสิบสองประการ ก็โอเคแล้วล่ะค่ะ

ตอนนี้ไม่รู้ว่าผู้จ้างวานกับสามีแกเลิกกันหรือเปล่า หรือพอเมียจับได้คาหนังคาเขาอย่างนี้ ฝ่ายสามีจะเลิกกับอีหนูไปเลยก็ไม่รู้ เพราะนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ดิฉันและผู้จ้างวานก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยค่ะ!!

โดยคุณ สุรศักดิ์ ศรีวรขาน 29 ต.ค. 2552, 15:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก