สาวใจเด็ด (โหด มันส์ ฮา...ไม่ออก)|สาวใจเด็ด (โหด มันส์ ฮา...ไม่ออก)

สาวใจเด็ด (โหด มันส์ ฮา...ไม่ออก)

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

สาวใจเด็ด (โหด มันส์ ฮา...ไม่ออก)

ปกติแล้ว ตั้งแต่ดิฉันทำสืบชู้สาวมา ทุกครั้งที่ผู้จ้างวานดูสามีหรือภรรยาตัวเอง อยู่กับชู้นั้น

บทความวันที่ 25 มี.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 4942 ครั้ง


โหด มันส์ ฮา (ไม่ออก)

 สาวใจเด็ด     (โหด มันส์ ฮา...ไม่ออก)

 

    โดยปกติแล้ว ตั้งแต่ดิฉันทำสืบชู้สาวมา ทุกครั้งที่ผู้จ้างวานดูสามีหรือภรรยาตัวเอง อยู่กับชู้นั้น เขาจะไม่ทำอะไรรุนแรง ดิฉันมักจะเห็นเขาบอกให้กลับบ้าน หรือไปเคลียร์กันต่อที่โรงพัก ส่วนพอถึงบ้านแล้วเขาจะมีปากเสียงกันรุนแรง หรือลงไม้ลงมือจนเลือดตกยางออกหรือเปล่านั้น นักสืบก็ไม่อาจทราบได้ (เผ่นก่อน)  แต่จะเหมารวมว่าจะไม่มีเคสที่ใช้ความรุนแรงเลยก็คงจะไม่ได้ เพราะผู้จ้างวานแต่ละท่านก็มีวุฒิภาวะการระงับอารมณ์โกรธแตกต่างกัน บางคนอาจจะอดทนเอาไว้รอให้กลับบ้านก่อน แต่บางคนเมื่อได้มาเห็นภาพบาดตาบาดใจเช่นนี้ ก็อาจจะอดไม่ได้ที่จะลงไม้ลงมือ

 อย่างเรื่องนี้ที่นักสืบกำลังหยิบยกมาเล่าต่อจากนี้ นอกจากผู้จ้างวานจะไม่โวยวายอย่างเดียวแล้ว ยังทำลายข้าวของและทำร้ายร่างกายฝ่ายตรงกันข้ามอีกด้วย  ส่วนเคสไหนจะลงมือยังไงบ้าง ติดตามอ่านกันเลยค่ะ!

            เรื่องนี้ผู้จ้างวานเป็นผู้หญิง ซึ่งแต่งงานอยู่กินกับสามีคนนี้มาหลายสิบปีแล้ว และทั้งคู่ก็สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างชีวิตด้วยกันมา จากที่ไม่มีอะไรเลย ต่างคนเรียนจบแค่ ป.4 และเป็นคนจนทั้งคู่ สร้างฐานะด้วยกันมาจนร่ำรวย กลายเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต มีรถเบนซ์ขับ มีบ้านปานคฤหาสถ์ มีบริวารมากมาย ช่วงเวลาของชีวิตคู่ที่ผ่านมาก็รักใคร่ปรองดองกันดี ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาตลอด แต่มาระยะหลังสามีชอบอ้างว่าไปเก็บเช็คบ้าง ไปซื้อผ้าที่ตลาดบ้าง แต่ไม่เห็นได้ของหรือเก็บเงินได้เลย ถึงแม้จะยังกลับบ้านตรงเวลาทุกวันก็ตามที ช่วงเวลากลางวัน 4-5 ชั่วโมงนั้น สามีไปไหนบ้าง แอบไปหาใครหรือเปล่า ผู้จ้างวานเขาอยากรู้โดยละเอียด  

            เริ่มสืบวันแรกก็เจอเลยค่ะ เพราะเป้าหมายไม่ได้ทำอะไรที่ซับซ้อนมาก ค่อนข้างที่จะตรงตามข้อมูลที่ผู้จ้างให้มา ตอนแรกเป้าหมายจะไปเอาผ้าที่สำเพ็งตามปกติ หลังจากนั้นก็เข้าไปบ้านพ่อแม่เพื่อกินข้าว จากนั้นก็แวะไปเอาของอีกร้านหนึ่ง ซึ่งถ้าเสร็จจากตรงนี้แล้ว ถ้าจะกลับบ้านเลยมันใช้เวลาแค่แป๊บเดียว เพราะระยะทางมันไม่ไกลกันมา และถ้าเป้าหมายกลับบ้านในเวลาปกติ ก็แสดงว่า ช่วงเวลาที่เหลือต่อจากนี้เขามีหลายชั่วโมงเลยทีเดียว แล้วช่วงเวลาเหล่านั้น เขาไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรกับใคร หลังจากที่ดิฉันตามเป้าหมายไปเรื่อยๆ ก็เจอเขาไปรับผู้หญิงคนหนึ่งที่ริมถนน ซึ่งดูลักษณะแล้วเหมือนนัดแนะกันล่วงหน้ากับผู้หญิงอยู่แล้ว อาจจะเป็นอย่างงี้ทุกวัน พอถึงเวลาปุ๊บผู้หญิงก็มารอตรงนี้ปั๊บ อะไรประมาณนี้ จากนั้นเขาก็พากันเข้าโรงแรมม่านรูด

ดิฉันก็รีบโทรรายงานผู้จ้างวานว่า เป็นอย่างงี้นะ ตอนนี้อยู่ที่นี้ พี่จะมาดูมั้น ถ้าพี่มา ห้ามมีเรื่องเด็ดขาดนะ ถ้ามีเรื่องพี่ไม่ต้องมานะ พี่ต้องใจเย็นๆ ก่อนนะ ผู้จ้างวานก็รับปานกับเราว่า ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน แค่อยากจะไปดูว่าหน้าตาผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไง พอมาถึงโรงแรม ผู้จ้างวานเอาตำรวจมาด้วย เพื่อเป็นพยาน แกเดินดุ่มๆ ไปเคาะประตูห้องเรียกสามีเลย แต่สามีแกก็ไม่ยอมออกมา เรียกยังไง ทำยังไงก็ไม่ยอมแกมา คือตำรวจเขาก็ไม่ได้ทำอะไรนะ เพราะมันเป็นเรื่องของผัวเมีย ยังไม่มีการตบตีกัน ที่เขาจะเข้าห้ามได้ เพราะผู้จ้างวานเอาตำรวจมาเพื่อเป็นพยานเท่านั้น ไม่ได้ให้ตำรวจมาช่วยเคาะห้องเรียกสามีให้

            ฝ่ายผู้จ้างวานพอเคาะประตูเรียกสามีอยู่นานสองนาน คงด้วยความโมโหที่สามีไม่ยอมออกมาซะที แกเดินไปที่รถเบนซ์ของแกเอง และโดยที่ไม่มีใครคาดคิด แกหยิบเอาฆ้อนทุบขนาดเหมาะมือ ลงฟาดกับรถเบนซ์ตัวเองอย่างสุดแรงเกิด แต่มันก็แค่ถลอกๆ แกเห็นว่ามันไม่ได้พังสมใจหรือยังไม่ทราบแกออกแรงทุบอีกหลายต่อหลายครั้ง จนเบนซ์พังไปครึ่งคัน เวลานั้นดิฉันก็ไม่กล้าโผล่หน้าออกมาหรอกค่ะ ต้องแอบดูอยู่ห่างๆ เพราะเดี๋ยวแกหาที่ลงไม่ได้แล้วจะกลายเป็นว่านักสืบซวยสองต่อเลย

 โดนรุมกระทืบแน่ๆ ส่วนนายตำรวจที่แกพามาด้วย ก็ถอยออกมาห่างๆ คงกลัวเหมือนกัน(แหม! ตำรวจก็มีหัวใจนะ)แล้วก็บอกให้ผู้จ้างวานเจอใจเย็นๆ ก่อนฝ่ายสามีแกคงทนเสียงทุบเบนซ์ไม่ไหว เพราะมันดังมากๆ ก็เลยออกมา พอผู้จ้างวานเจอหน้าสามีเท่านั้นแหละ ด้วยความที่แกคงทั้งเสียใจ ทั้งน้อยใจ เพราะไม่คิดว่าคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาแต่หนหลัง จะแอบปันใจไปให้ผู้หญิงอื่น แถมยังเลี้ยงดูมานานแล้วด้วย แกเดินเข้าไปถามสามีทันทีเลยว่า มึงจะเลือกใคร จะเอาใครบอกมาเลย บอกเดี๋ยวนี้ จะเลือกใคร! คุณคงคิดเหมือนนักสืบว่า ถ้าเป้าหมายไม่เลือกผู้จ้างวาน ก็ต้องเลือกเมียน้อย แต่เอาเข้าจริงๆ กลายเป็นว่าเป้าหมายบอก เอาทั้งสองคน ผู้จ้างวานได้ยินดังนั้น แทบจะร้องกรี๊ดเลยค่ะ แกเข่าอ่อนทันทีเลย และไม่ยอมรับข้อเสนอนั้น เพราะแกบอกว่าทรัพย์สินทั้งหมดนี้ แกหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง และร่วมทุกข์ร่วมสุขมาจากเลขศูนย์ด้วยกัน แกจะไม่ให้ผู้หญิงคนไหนมาชุบมือเปิบ มาใช้เงินของแกฟรีๆ หรอก

             และในเมื่อสามีแกยังยืนยันที่จะไม่เลือกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่จะเอาทั้งสองคน เมื่อได้ฟังจากปากชัดๆ เต็มสองหูแบบนั้นแล้ว ผู้จ้างวานก็เลยขอเลิกและขอแบ่งทรัพย์สิน เพราะทนไม่ได้ที่จะต้องมาใช้สามีร่วมกันผู้หญิงอื่นแบบนี้ ผู้ชายคนนี้ก็แปลกนะคะ ปกติติดเมียน้อยขนาดนี้แล้ว และถ้าเมียขอเลิกเด็ดขาด เป็นคนอื่นคงกระดี๊กระด๊าไปแล้ว ที่จะได้ไปใช้ชีวิตกับเมียใหม่ แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่ยอมเลิก และยังยืนยันที่จะเอาทั้งสองคนเหมือนกัน คงประมาณว่ารักพี่เสียดายน้อง คนใหม่ก็ใส่ปิ๊งส่วนคนเก่าก็ร่วมฝ่าฝันกันมาสารพัด วันวายยังหวานอยู่ประมาณนั้น จึงไม่อยากเสียใครไปแม้คนเดียวแต่ถ้าจะให้ดิฉันออกความเห็น

    แบบนี้เขาเรียกว่าผู้ชายเห็นแก่ตัวเจ้าค่ะ!

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก