แบงก์กรุงศรี ทุ่มซื้อจีอี 1.3หมื่นล้าน |แบงก์กรุงศรี ทุ่มซื้อจีอี 1.3หมื่นล้าน

แบงก์กรุงศรี ทุ่มซื้อจีอี 1.3หมื่นล้าน

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

แบงก์กรุงศรี ทุ่มซื้อจีอี 1.3หมื่นล้าน

ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่ ธ.กรุงศรีอยุธยา และจีอี แคปปิตอล บรรลุข้อตกลง

บทความวันที่ 10 ก.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 8909 ครั้ง


แบงก์กรุงศรี ทุ่มซื้อจีอี 1.3หมื่นล้าน

 

          ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่ ธ.กรุงศรีอยุธยา และจีอี แคปปิตอล บรรลุข้อตกลงในหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการขายธุรกิจใน ประเทศไทยของจีอี มันนี่  ข้อตกลงเบื้องต้นได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวิสามัญของคณะกรรมการฯ วันที่ 9 ก.ค. 2552

         ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (10 ก.ค.) ว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และจีอี แคปปิตอล บรรลุข้อตกลงในหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการขายธุรกิจใน ประเทศไทยของจีอี มันนี่ ให้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยข้อตกลงเบื้องต้นดังกล่าวตลอดจนข้อกำหนดและเงื่อนไขเบื้องต้นเกี่ยวกับ การซื้อขายกิจการ เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวิสามัญของคณะกรรมการธนาคารกรุง ศรีอยุธยา (ครั้งที่ 5/2009) ในวันที่ 9 ก.ค. 2552  การซื้อขายกิจการดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น บริษัท และหน่วยงานที่กำกับดูแล ตลอดจนมีการลงนามในสัญญาที่เกี่ยวข้องต่อไป หากดำเนินการลุล่วงมูลค่าการลงทุนครั้งนี้คิดเป็นประมาณ 13,750 ล้านบาท (หรือเทียบเท่าประมาณ 391 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา)  ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับปรุง ณ วันโอนกิจการ  

          นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจะเข้าซื้อกิจการจีอี มันนี่ ประเทศไทย หนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการขยายงานอย่างสร้างสรรค์ของธนาคาร ด้วยการผสานจุดแข็งของธนาคารกับความสำเร็จที่เด่นชัดของจีอี  เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายขอบเขตธุรกิจของธนาคาร ได้ดียิ่งขึ้น การดำเนินการครั้งนี้มีความสำคัญอีกประการหนึ่งคือการแสดงให้เห็นถึงความ สัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างจีอีแคปปิตอล และธนาคาร  สะท้อนความผูกพันที่แน่วแน่ของจีอี แคปปิตอล ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา

          สำหรับ จีอี มันนี่ ประเทศไทยเป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนบัตรหมุนเวียนในระบบมากกว่า 2.2 ล้านใบ ประกอบด้วยบัตรเครดิตที่ออกร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลและโรบินสัน และบัตรเครดิตที่ออกโดยบริษัทร่วมทุนต่างๆ อาทิ เทสโก้ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (บัตรกรุงศรี จีอี) นอกจากนี้ จีอี แคปปิตอล โกลบอล แบงกิ้ง ยังเป็นผู้ร่วมทุนเชิงยุทธ์ในธนาคารกรุงศรีอยุธยาโดยถือหุ้น 33% ในธนาคารอีกด้วย การซื้อขายกิจการในครั้งนี้จะช่วยให้จีอี แคปปิตอลมีส่วนร่วมมากขึ้นในการมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และการเติบโตของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และเพื่อการเจริญเติบโตของธุรกิจตามแผนที่วางไว้ 

          นายตัน คอง คูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัท อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล กรุ๊ป อิงค์จำกัด (เอไอจี) ประกาศการทำสัญญาซื้อกิจการ โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะเข้าซื้อหุ้นของบริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิสเซส จำกัด (ซีเอฟจีเอส) และคาดว่าการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกันยายน 2552 โดยขึ้นอยู่กับการได้รับอนุมัติจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย และที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา  

          "ในการซื้อกิจการครั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ ซีเอฟจีเอส โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ซีเอฟจีเอส มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท และสินเชื่อรวม 1,500 ล้านบาท"  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าว
 

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก