ทุจริตแบงก์พุ่งแก้กม.บี้ข้ามชาติ |ทุจริตแบงก์พุ่งแก้กม.บี้ข้ามชาติ

ทุจริตแบงก์พุ่งแก้กม.บี้ข้ามชาติ

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ทุจริตแบงก์พุ่งแก้กม.บี้ข้ามชาติ

ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวประชาสัมพันธ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ป.ป.ช.เผยคดีทุจริตธนาคารมีแนวโน้มพุ่ง

บทความวันที่ 25 มิ.ย. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 7225 ครั้ง


ทุจริตแบงก์พุ่งแก้กม.บี้ข้ามชาติ  
 

          ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวประชาสัมพันธ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย  ป.ป.ช.เผยคดีทุจริตธนาคารมีแนวโน้มพุ่ง ชงแก้กฎหมายล่าคนทุจริตในต่างประเทศ

          นายวีระชาติ ศรีบุญมา ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายและคดี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากสถิติคดีอาญาที่ธปท. ร้องทุกข์กล่าวโทษจากอดีตมาถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2551 พบว่ามีคดีทุจริตธนาคารพาณิชย์ 30 คดี มูลค่า 4.69 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้คดีถึงที่สุดแล้ว 6 คดี อยู่ในชั้นอัยการ 2 คดี และในชั้นศาล 22 คดี ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคดีทุจริตธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชยการ (บีบีซี) ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 2 หมื่นล้านบาท ล่าสุดในการติดตามทรัพย์สินคืนมาได้แล้ว 1,537 ล้านบาท
 

          นายภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยในงานสัมมนา “ความร่วมมือในการป้องปรามการทุจริตและการบังคับใช้กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน” ว่า ปัญหาการทุจริตสถาบันการเงินขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดน้อยลง คาดว่าในปี 2553 นี้ยังน่าจะมีเพิ่มขึ้นอีก

          นายภักดี กล่าวว่า ในปี 2551 มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคดีทุจริตในสถาบันการเงิน 56 เรื่อง คิดเป็น 30% ของคดีทั้งหมดที่ร้องเรียนมายังป.ป.ช. เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีเรื่องร้องเรียน 24 เรื่อง

          ทั้งนี้ จากคดีทุจริตสถาบันการเงินดังกล่าวที่ป.ป.ช. ตรวจสอบ พบว่าเป็นเรื่องการกระทำผิดคนเดียวประมาณ 50% ส่วนอีก 50% เป็นเรื่องที่กระทำร่วมกันหลายคน และถ้าดูในรายละเอียดจะพบว่า 25% เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคณะกรรมการสถาบันการเงิน อีก 25% ร้องเรียนผู้บริหารสถาบันการเงิน และอีก 50% ร้องเรียนผู้ปฏิบัติงาน

          “ขณะนี้มีปัญหาอยู่ว่าการติดตามทรัพย์สินยังทำได้น้อย โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ไปเกี่ยวข้องหรืออยู่ในต่างประเทศ จึงต้องร่วมกันแก้ไข” นายภักดี กล่าว

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไทยได้เตรียมปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ เพื่อจะ ได้สามารถลงนามในอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC) แล้ว

          ทั้งนี้ หากรัฐให้ความสำคัญและเร่งพิจารณากฎหมายเหล่านี้ให้เร็วขึ้น ก็จะทำให้ไทยลงนามในสัตยาบัน UNCAC ได้ทันภายในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ซึ่งจะช่วยให้การติดตามทรัพย์ในคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศทำได้ดีขึ้น

           อนุสัญญา UNCAC กำหนดให้ประเทศสมาชิก 134 ประเทศ ต้องให้ความร่วมมือในการดำเนินคดีทุจริต คือ 1.ให้ความร่วมมือระหว่างประเทศในการจับกุมผู้กระทำผิด ที่เข้าไปอยู่ในประเทศสมาชิกได้ 2.สามารถประสานงานติดตามนำทรัพย์สินจากคดีทุจริตคืนได้ และ 3.ช่วยขยายนิยามคำว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในการสืบคดี และให้เกี่ยวข้องไปถึงหน่วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชนด้วย

          อย่างไรก็ตาม ปัญหาการทุจริตในสถาบันการเงินมักแก้ไขยาก ทางที่ดีควรมุ่งป้องกัน เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบทรัพย์สินของบุคลากรที่นอกเหนือจากผู้บริหารระดับสูงหรือกรรมการผู้จัดการ โดยอาจจะตรวจถึงระดับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องการรับจ่าย โอนเงินด้วย

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

เป็นประโยชน์มากเลยคะเพราะสามารถนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนได้

โดยคุณ นักศึกษา (122.154.xxx.xxx) 13 ก.ค. 2554, 10:53

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก