การเบิกความเท็จในคดีแพ่ง|การเบิกความเท็จในคดีแพ่ง

การเบิกความเท็จในคดีแพ่ง

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

การเบิกความเท็จในคดีแพ่ง

  • Defalut Image

การเบิกความเท็จต้องเกี่ยวกับประเด็นพิพาทที่ศาลกำหนด

บทความวันที่ 11 มิ.ย. 2561, 13:28

มีผู้อ่านทั้งหมด 188 ครั้ง


การเบิกความเท็จในคดีแพ่ง

                การเบิกความเท็จต้องเกี่ยวกับประเด็นพิพาทที่ศาลกำหนด ซึ่งเป็นประเด็นที่จะชี้แพ้ชี้ชนะในประเด็นสำคัญแห่งคดีถือว่าครบองค์ประกอบความผิดแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 วรรคแรก หาจำต้องพิจารณาว่าการเบิกความเท็จทำให้โจทก์เสียหายหรือไม่เพราะกฎหมายไม่มีข้อความว่าซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ถึงแม้เบิกความเท็จแต่โจทก์ชนะคดีโจทก์ก็มีสิทธิที่จะฟ้องดำเนินคดีกับผู้ที่เบิกความเท็จได้นะครับ เช่น เจ้าหนี้ฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ จำเลยเบิกความต่อศาลในคดีแพ่งว่าชำระหนี้แล้ว ต่อมาศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีโดยไม่เชื่อคำเบิกความของพยานจำเลย เพราะขัดกับเอกสาร  ดังนั้น เมื่อเจ้าหนี้ชนะคดี เจ้าหนี้สืบทรัพย์สินของลูกหนี้หาทรัพย์สินไม่เจอ ยึดทรัพย์สินไม่ได้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิ์หวนกลับมาดำเนินคดีอาญามาฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จในคดีแพ่งได้ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปีครับอ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 8691/2550 และฎีกาที่ 2856/2535 สอบถามข้อกฎหมาย 081 616 1425 หรือ 02 948 5700

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8691/2550
              ความเท็จที่จะถือว่าเป็นข้อสำคัญในคดีต้องเป็นความเท็จที่อาจทำให้คู่ความต้องแพ้ชนะกันในประเด็นแห่งคดี คดีแพ่งมีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทำสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ร่วมหรือไม่ การที่จำเลยเบิกความว่าจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกัน และลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามสัญญาดังกล่าวไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยนั้น ย่อมเป็นการเบิกความเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทอันเป็นข้อแพ้ชนะคดีกรณีจึงเป็นข้อสำคัญในคดี เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าคำเบิกความนั้นเป็นเท็จ ดังนี้การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2856/2535
            ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทในคดีแพ่งไว้ว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ การที่จำเลยเบิกความในคดีดังกล่าวว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับโจทก์ลายมือชื่อในสัญญาดังกล่าวไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยย่อมเป็นการเบิกความเกี่ยวกับประเด็นพิพาทอันเป็นข้อแพ้ชนะคดี ถือได้ว่าเป็นข้อสำคัญในคดีดังนั้น ไม่ว่าผลของคดีจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ต่อไปหรือไม่ เมื่อคำเบิกความนั้นเป็นเท็จแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมเข้าครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรกหาจำต้องพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยจะต้องก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การกระทำนั้นจึงจะเป็นความผิดแต่อย่างใดไม่
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก