ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ แต่ตกลงชำระหนี้กับเจ้าหนี้บางราย เป็นการทำนิติกรรมที่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ|ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ แต่ตกลงชำระหนี้กับเจ้าหนี้บางราย เป็นการทำนิติกรรมที่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ

ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ แต่ตกลงชำระหนี้กับเจ้าหนี้บางราย เป็นการทำนิติกรรมที่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ แต่ตกลงชำระหนี้กับเจ้าหนี้บางราย เป็นการทำนิติกรรมที่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ

  • Defalut Image

ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ทุกราย การที่ลูกหนี้ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้บางรายเป็นการส่วนตัว

บทความวันที่ 13 ก.พ. 2561, 11:08

มีผู้อ่านทั้งหมด 29 ครั้ง


ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ แต่ตกลงชำระหนี้กับเจ้าหนี้บางราย เป็นการทำนิติกรรมที่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ

รู้ข้อกฎหมายกับทนายคลายทุกข์  ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอใช้หนี้แก่เจ้าหนี้ทุกราย การที่ลูกหนี้ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้บางรายเป็นการส่วนตัว เป็นการทำนิติกรรมที่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นที่ยังไม่ได้รับชำระหนี้เสียเปรียบเพราะไม่ได้รับชำระหนี้ เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 6939/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6939/2540

             เมื่อโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1 โจทก์ย่อมมีสิทธิบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ได้โดยสิ้นเชิง เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินอื่นนอกจากเรือพิพาท แต่จำเลยที่ 1 กลับตกลงโอนเรือดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อีกรายหนึ่งของตนไป โดยจำเลยที่ 2 รู้อยู่แล้วในขณะรับโอนว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้ของโจทก์ และจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ นิติกรรมการโอนเรือพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำที่ทำให้โจทก์เสียเปรียบ อันเป็นการฉ้อฉลซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนได้
           โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนเรือระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ เพราะมิใช่เป็นการฟ้องขอให้ยกเลิกหรือเพิกถอนคำพิพากษาตามยอมของศาลในคดีที่พิพาทกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 หากแต่เป็นการฟ้องเพื่อแสดงให้เห็นว่าคำพิพากษาตามยอมของศาลดังกล่าวไม่ผูกพัน และไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาของศาลในอีกคดีหนึ่ง
            ระยะเวลาจากวันที่จำเลยที่ 2 รับโอนเรือและโจทก์ทราบเรื่องจนถึงวันที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนนิติกรรมอันเป็นการฉ้อฉล ยังไม่พ้นกำหนด1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก