การผ่อนเวลาชำระหนี้|การผ่อนเวลาชำระหนี้

การผ่อนเวลาชำระหนี้

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

การผ่อนเวลาชำระหนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6734/2553

บทความวันที่ 27 มี.ค. 2560, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 7437 ครั้ง


 คำพิพากษาฎีกา/การผ่อนเวลาชำระหนี้

 
1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6734/2553
กำหนดอายุความตามมาตรา 563 หมายถึงผู้ให้เช่าฟ้องผู้เช่าให้รับผิดเพราะผู้เช่าฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของตนตามสัญญาเช่า แต่ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ ค่าขาดราคาเมื่อนำรถที่เช่าออกขาย ค่าเบี้ยประกันภัยและค่าภาษีรถยนต์ที่โจทก์ชำระแทนไป เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาเช่าไม่ใช่เป็นการเรียกค่าเสียหายเพราะผู้เช่าฝ่าฝืนต่อหน้าที่จึงไม่อยู่ในอายุความตามมาตรา 563
           เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์คืน โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เช่าไป จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าระหว่างนั้นจำเลยที่ 1 ไม่ได้ใช้รถยนต์และโจทก์ไม่ติดตามเอารถยนต์คืนหาได้ไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าคืนตามสัญญาและตาม ป.พ.พ. มาตรา 561
การผ่อนเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้ซึ่งทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดนั้นจะต้องมีการตกลงผ่อนเวลากันแน่นอน และมีผลว่าในระหว่างผ่อนเวลานั้นเจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องหรือฟ้องร้องมิได้ หากเพียงแต่หนี้ถึงกำหนดชำระ เจ้าหนี้ไม่ได้เรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระยังไม่ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้เพราะเจ้าหนี้อาจใช้สิทธิเรียกร้องเมื่อใดก็ได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่งวดที่ 19 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยไม่มีการตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้กันแต่ประการใด ดังนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่หลุดพ้นจากหนี้ตามมาตรา 700
 
2.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2495
เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระแล้วลูกหนี้พูดว่า ยังจัดหาเงินไม่ได้ขอผัดเวลาชำระหนี้อีก 1 เดือน เจ้าหนี้บอกว่าไม่เป็นไรหามาให้ครบ ดังนี้ เป็นการพูดกันด้วยปากไม่เป็นการผูกมัดเจ้าหนี้ว่า ภายใน 1 เดือนที่ลูกหนี้ขอผัดนั้น เจ้าหนี้จะฟ้องเรียกให้ชำระหนี้ไม่ได้ คือเจ้าหนี้จะฟ้องเรียกให้ลูกหนี้ชำระก็ได้ ฉะนั้นยังเรียกไม่ได้ว่าเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 ผู้ค้ำประกันหนี้รายนี้ จึงยังไม่หลุดพ้นจากความรับผิด
 
3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2508 
การที่ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ และสัญญาจะชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาหนึ่งโดยเจ้าหนี้มิได้ตกลงด้วยนั้น ไม่ผูกพันเจ้าหนี้
การที่เจ้าหนี้เพิ่งฟ้องคดี หาใช่เป็นการที่เจ้าหนี้แสดงเจตนาผูกนิติสัมพันธ์ยอมผ่อนเวลา (ขยายเวลา) ชำระหนี้อันมีกำหนดแน่นอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 ประการใดไม่ จึงไม่ทำให้ผู้ค้ำประกันพ้นจากความรับผิด
 
4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4767/2547
แม้ศาลจะมีคำสั่งรับคำฟ้องซึ่งถือว่าเป็นคำคู่ความแล้ว แต่เมื่อศาลตรวจพบว่าคำฟ้องฟุ่มเฟือย ไม่ชัดเจน ศาลก็มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้รับคำฟ้องไปแล้วได้เพราะถือได้ว่าเป็นการเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27
ในการเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามมิให้ผู้พิพากษาคนอื่นที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้พิพากษาคนก่อน ๆ ที่ไม่ได้พิจารณาคดีแล้ว ดังนั้น แม้เป็นผู้พิพากษาคนอื่นแต่มีอำนาจในการพิจารณาคดีสำนวนนั้น ก็ย่อมมีอำนาจในการเพิกถอนคำสั่งหรือการพิจารณาที่ผิดระเบียบของผู้พิพากษาคนก่อน ๆ ที่ไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดีแล้ว และไม่เป็นการทำลายหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา แต่อย่างใด
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

ได้นำรถไปเข้าไฟแนนซ์และผ่อนส่งมาระยะหนึ่ง จนเมื่อรถเสียต้องเข้าซ่อม และไม่ได้ส่งมาโดยตลอด(ต่อทะเบียนที่ขนส่งได้ปกติ) ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาขาดส่งไม่ได้รับหนังสือแจ้งติดตามทวงถามจากไฟแนนซ์เลย ต่อมาไฟแนนซ์ได้มาติดตามถึงที่ทำงานและนัดให้ไปทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้(ค้างคงเหลือ 54,000 บาท)โดยให้นำรถมาตรวจตัวเลขถังรถด้วย แต่รถซ่อมอยู่ต่างจังหวัด จึงได้ลงนามในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ และหาเงินไปเอารถออกมาจากอู่ที่ต่างจังหวัด(ซ่อมเสร็จแล้วรอจ่ายเงิน) เมื่อนำรถเข้าไปยังไฟแนนซ์สาขาที่ต่างจังหวัดเพื่อขูดตัวเลขถังรถ ทางไฟแนนซ์สาขาที่ต่างจังหวัดได้ขอพักรถ(ยึด)และแจ้งว่าทางสำนักงานใหญ่ไม่อนุมัติเพราะสัญญาสิ้นสุดแล้วจึงบอกเลิกสัญญา และแนะนำให้หาเงินไปปิดหนี้พร้อมดอกเบีัยและค่าปรับ เป็นจำนวนเงิน 190,000 บาท จึงขอต่อรองลดวงเงินได้คงเหลือ 100,000 บาทถ้วน ไม่รวมค่าจอดรถ(พักเก็บรักษา) วันละ 400 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2560 จนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม เป็นเงิน 8,400 บาท โดยในวันที่นำเงินไปชำระจะยังไม่ได้รูปเล่มคืน ต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 2 อาทิตย์ถึงจะได้โอนรูปเล่มคืนให้ จึงขอคำแนะนำในการปิดหนี้ครั้งนี้ ที่เป็นธรรมและจะไม่ถูกเอาเปรียบอีก (วันนี้พร้อมที่จะไปจ่ายปิดหนี้เพราะต้องการเอารถออกมา)

โดยคุณ กิตติทัช 21 ก.ค. 2560, 07:49

ความคิดเห็นที่ 2

ดิฉันขอปรึกษาค่ะ ดิฉันซื้อรถมามอเตอร์ไซมาค่ะ เเล้วเราก็พึ่งคบกับเเฟน ใหม่ค่ะ พอดีเเฟนเราเอารถไปขับนะค่ะ เเล้วเค้าบอกว่า จะส่งต่อเองค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็หายไปเลยค่ะ ติดต่อไม่ด้ายเลยค่ะ เราก็คิดว่าคงไม่มีปันหาอะไรนะค่ะ เพราะก็ไม่มีใบเอกสารอารัยมาทางบ้านเลยค่ะ เเต่วันนี้มีเจ้าหน้าสำนักงานกฎหมายโทมาตั้งข้อหาเรา ยักยอกทรัพย์ เเละฉ้อโกง เราเลยขอเค้า ว่าเราจะผ่อนชำระด้ายมั้ยค่ะ เเต่ทางที่เค้าฟ้องเราเค้าไม่ยอม เค้าจะให้เราจ่ายเปนเงินก้อน เราเลยขอคำปรึกษาหน่อยค่ะเราว่าจะต้องทำยังงัยค่ะ 

โดยคุณ Aon's Daranee 29 มิ.ย. 2560, 09:55

ความคิดเห็นที่ 1

ดิฉันขอปรึกษาคดีฉ้อโกงค่ะคิอว่ามีคนรู้จักกันกับดิฉันมาชวนลงทุนค้าขายงวดแรกเอาเงินลงทุน45000บาทจะได้ผลตอบแทนคือเงินปันผลอาทิตละ3000บาทเงินจะได้ทุกวันเสาตั้งแต่เดือนมิถุนายน2559แล้วยังมีอีกครั้งละ30000และ12000ครั้งหลังๆนี่เขาบอกแค่เดือนเดียวคืนหัยทั้งเงินที่ลงทุนและผลกำไรแต่แล้วก็ไม่เคยได้เลยดิฉันก็ทวงถามแค่เขาก็บอกวันนี้ได้แน่นอนไม่เกิน10โมงเช้าแต่เที่ยงก้อยังไม่ได้โทรถามเขาก้อบอกเงินอาจจะได้พุ่งนี้รอหน่อยดิฉันก็รอทวงถามทุกครั้งก็ผัดทุกครั้งผัดแบบว่าพุ่งนี้นะๆอยู่แบบนี้จนเงินที่ดิฉันเมีอยู่ได้หมดลงจนไม่มีเงินใช้ดิฉีนได้ทวงถามอีกเขาก็ยังผัดอีกบอกมีปันหากับทางที่ส่งของคือว่าเขาชวนลงทุนส่งผักออกนอกส่งตะไคร้ใบมะกรุดไปมาเลคนที่ชวนเราทำเรารู้จักกันแต่บ้านไม่ได้อยู่ใกล้กันตอนนี้ดิฉันแจ้งความดำเนินคดีแล้วหลังจากที่ดิฉันได้สอบถามไปยังคนรู้จักแถวๆบ้านของคนที่ชวนดิฉันลงทุนตอนนี้เรื่องถึงตำรวจๆเขาส่งฟ้องแล้วเขาหนีหมายเรียกและหมายจับตำรวจเขาไปจับตัวมาแต่เขาประกันตัวออกไปแล้วดิฉันเดือดร้อนมากกับการสูญเสียเงินต้องเป็นหนี้เป็นสินมากมายจนโดนเขามาตัดกุนแจบ้านยกของในบ้านไปจนหมดบ้านขอความกรุณาช่วยชี้ทางแนะนำดิฉันด้วยค่ะตอนนี้ทางคุมประพฤติเขาส่งหนังสือมาหาดิฉันหัยไปพบพร้อมกับจำเลยเพื่อตกลงกันดิฉันอยากทราบว่าความเดือดร้อนของดิฉันมีเยอะมากรถมอเตอร์จะโดนยึดเขาหัยเวลาแค่ไม่กี่วันแล้วถ้าจำเลยหัยเงินที่โกงดิฉันไปมาแค่10000บาทมันไม่พอดิฉันสามารถเรียกร้องได้มากกว่านี้มั้ยคะขอตอบด่วนๆค่ะกำลังจะไปคุมประพฤติวันที่18เมษายนนี้ค่ะขอบคุณมากๆนะคะ

โดยคุณ พี่เบิ้ม อย่ากอยู่เงืบยฯ 15 เม.ย. 2560, 12:55

ตอบความคิดเห็นที่ 1

สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินให้ท่านเป็นจำนวนที่ท่านพอใจก็สามารถทำได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 1 มิ.ย. 2560, 14:23

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก