งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

บทความวันที่ 8 เม.ย. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 141493 ครั้ง


หญิง

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

 

            ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

 

สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

 

ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

           

การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

           

มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

           

สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

 

            ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 741

ขอสอบถามค่ะ ถ้าแต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ชายซื้อรถยนต์ ได้ประมาณครึ่งปีแล้วค่อยมาอยู่ด้วยกัน แต่หลังจากมาอยู่ด้วยกันก็ได้ออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างร่วมกัน ต่อมาซื้อบ้านก็เป็นชื่อชายอีก แต่ฝ่ายชายใส่ชื่อพี่สาวเป็นคนรับผลประโยชน์ เราสามารถเปลี่ยนซื้อผู้รับผลประโยชน์เป็นหญิงได้ไหม เพราะปัจจุบันมีลูกด้วยกัน 1 คน
โดยคุณ เหมียว (223.204.xxx.xxx) 29 พ.ค. 2560, 09:49

ความคิดเห็นที่ 740

ขอสอบถามหนอยค่ะในกรณีที่แม่กับแฟนใหม่แม่แต่งงานกันแต่มิได้จดทะเบียนกันแล้วถ้าลูกไม่เห็นด้วยหรือไม่ต้องการพ่อเลี้ยงทำอย่างงัยคะทางแฟนแม่ต้องการให้จ่ายและที่สำคัญบ้านเป็นชื่อของแม่แต่แฟนแม่ต้องการคนเดี้ยวบ้านนี้ลูกๆเป็นคนออกค่าก่อสร้างหรือมีส่วนร่วมด้วยแต่ที่ดินเป็นของทางแฟนแม่ค่ะอยากรู้ว่าถ้าลูกไม่ต้องพ่อเลี้ยนพอจะมีวิธีใหนบ้างค่ะทุกวันนี้แม่ก็อดทนเพราะไปใหนไม่ได้แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแฟนแม่เขาเคยตบตีแม่ด้วยคะเพราะเรื่องไม่ยอมนอนด้วย

ลูกๆไม่รู้จะช่วยอย่างไงและไม่มีทางเลยคะ

โดยคุณ นีรนุช (182.232.xxx.xxx) 4 พ.ค. 2560, 10:34

ความคิดเห็นที่ 739

ขออนุญาติสอบถามน่ะค่ะ คือที่ดินของแม่ ตอนนั้นแม่ได้เสียชีวิตลง แล้วตัวหนูได้รับมรดกนั้นมา เนื่องจากเป็นทาญาติหรือบุตรของผู้เสียชีวิต ต่อมาก่อนแม่เสียชีวิตได้สั่งว่า ถ้าแม่ตาย เอาที่บ้านที่นา ขายให้น้า นั่นก็คือ น้องสาวแม่ ได้ขาย 3 ไร่ คือที่นา 300,000 บ.ที่บ้าน 28 ตารางวา 80,000 บ.แล้วคือเรื่องที่ข้องใจคือ หนูจดทะเบียนสมรสตอนที่สามีไปเป็นทหารเกฑ์ที่ภาคใต้ในเดือน กรกฏาคม 2554 แม่ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 25กุมภาพันธ์ 2557 นั่นคือสินสมรสไมค่ะ แต่ต่อมาหนูได้ขายที่นาที่บ้านใช้หนี้แทนแม่ ปัจจุบันหนูกำลังจะซื้อที่บ้านที่นาคือจากน้า มันจะเป็นสินสมรสอยู่ไม หนูถือกรรมสิทธิ์ คนเดียวได้ไมค่ะ หรือต้องจดทะเบียนหย่าค่ะ ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ น.ส.รุ้งศิริ จำนงค์ศรี (223.24.xxx.xxx) 29 เม.ย. 2560, 11:56

ตอบความคิดเห็นที่ 739

ที่ดินและบ้านที่ท่านได้มาโดยการรับมรดก ไม่ว่าได้มาก่อนสมรส หรือได้มาในระหว่างที่ท่านจดทะเบียนสมรสแล้วก็เป็นสินส่วนตัวของท่าน ตามปพพ. มาตรา 1471(1),(3) แต่หากท่านซื้อบ้านคืนมาในระหว่างที่ท่านจดทะเบียนสมรสแล้วก็จะเป็นสินสมรส เพราะเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส ตามปพพ. มาตรา 1474(1) ถ้าหากท่านไม่ต้องการให้เป็นสินสมรส ก็สามารถทำสัญญาระหว่างสมรส ตกลงว่าที่ดินและบ้านหลังนี้ให้เป็นสินส่วนตัวของท่านได้ ตามปพพ. มาตรา 1469

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (180.183.xxx.xxx) 17 พ.ค. 2560, 15:00

ความคิดเห็นที่ 738

 ขอสอบถามหน่อยค่ะกรณีชายหญิงแต่งงานกันแล้วเลิกกันมีหนี้สินร่วมกัน ฝ่ายชายไม่ยอมช่วยใช้หนี้ ฝ่ ฝ่ายหญิงมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้บ้างมั้ยคะ ควรทำอย่างไรเเนะนำด้วยค่ะ โทรก็ได้นะค่ะ0632709195

โดยคุณ นุชจรี ชาติสังข์ (182.232.xxx.xxx) 22 เม.ย. 2560, 16:29

ความคิดเห็นที่ 737

รบกวนถามข้อกฎหมายค่ะ กรณีที่สามีภรรยาเลิกกันแต่ไม่ได้จดทะเบียน แล้วตกลงกันแบ่งทรัพย์สินคือรถที่หามาร่วมกัน ว่าสามีจะเป็นคนส่งค่ารถต่อ กรณีนี้หากเราหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไปแต่งงงานใหม่จะฟ้องร้องกันได้ไหมค่ะ

โดยคุณ สุดา ฝั้นสีดา (49.230.xxx.xxx) 29 มี.ค. 2560, 13:28

ตอบความคิดเห็นที่ 737

หากทรัพย์สินหามาได้ร่วมกัน จะเป็นกรรมสิทธิ์รวม ต้องแบ่งคนละครึ่งครับ  ส่วนการจะไปจดทะเบียนสมรสใหม่นั้น ทำได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 25 เม.ย. 2560, 16:13

ความคิดเห็นที่ 736

 ปรึกษาคะจะทะเบียนหย่าเรียบร้อยแล้วแต่ไม่ได้ระบุอะไรตอนหย่าหมายถึงค่าเลี้ยงดูบุตร คิดว่าตกลงกันได้ปัญหามีอยู่ว่า

1 ไม่ข่วยส่งเสียบุตร

2 บ้านเป็นชื่อสามีปัจจุบันเค้าอยู่คนเดียว

3 ดิฉันออกมาเช่าบ้านอยู่โดยมีเด็กๆอาศัยอยู่ด้วย

4 กิจการสิ่งปลูกสร้างเป็นชื่อดิฉันแต่เค้าอาศัยทำกินโดยไม่มีค่าตอบแทน

อยากให้ช่วยชี้แนะต้องทำไงดีผู้รู้ช่วยบอกขั้นตอนด้วยคะ เพราะหย่าไปแล้ว

โดยคุณ อร (134.196.xxx.xxx) 23 มี.ค. 2560, 09:26

ความคิดเห็นที่ 735

 ขอสอบถามนะคะ

กรีณีดิฉันยังไม่ได้แต่งงาน แต่กู้ซื้อบ้านมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คนเดียวแต่ทางแฟนช่วยผ่อนคนละครึ่งเป็นประจำทุกเดือน (เพราะกำลังวางแผนจะแต่งงาน แต่ฝ่ายชายกู้ไม่ผ่านเลยต้องยื่นกู้คนเดียว) ถ้าหากจะต้องเลิกรากันไป ไม่ทราบว่าเรื่องบ้านจะตกลงจัดสรรอย่างไรได้บ้างคะ ถ้ากรณีดิฉันจะย้ายออกไปเองและผู้ชายจะขออยู่บ้านนั้นต่อ

โดยคุณ สรัญญา (58.9.xxx.xxx) 21 มี.ค. 2560, 19:47

ความคิดเห็นที่ 734

 สวัสดีคะ! พ่อของดิฉัน มีปัญหากับภรรยาใหม่ของเค้า เค้ามีลูกด้วยกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส อยากทราบว่าทรัพสินที่พ่อฉันหามาเองคนเดียว ในช่วงที่อยู่กับภรรยาของเค้า ถ้าเลิกกันแล้วจะแบ่งทรัพสินอย่างไรจะเป็นของใคร และลูกสาวที่เกิดด้วยกันใครจะเป็นคนเลี้ยงดู(รายละเอียดนะคะ)พ่อดิฉันทำงานและเลี้ยงดูลูกกับครอบครัวเป็นอย่างดี พ่อของฉันต้องไปกับกรุงเทพประจวบเป็นประจำ เพราะว่าพ่อดิฉันต้องไปทำงานและดูแลทรัพสินที่กรุงเทพ แต่แล้วภรรยาของพ่อฉันเกิดความหึงหวงเค้าใจผิดว่าพ่อฉันมีคนอื่น ช่วงนี้พ่อดิฉันก็ป่วยเป็นโรคหัวใจภรรยาเค้าก็หาเรื่องทำให้เคลียดตลอด แล้วมาวันนึงเค้าขู่ฆ่าพ่อดิฉัน (พ่อฉันเคยแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับภรรยาเค้าก่อนหน้านี้แต่แล้วภรรยาของเค้าก็หนีตามผู้ชายอีกคนนึงไปกลางงานแต่ง พ่อของฉันเลยทำการหย่ากับเค้า หลังจากนั้นเค้าสองคนก็กลับมาเจอกันอีก ไปๆมาๆหากัน อยู่เลยๆ จนภรรยาของเค้าท้อง พ่อของฉันจึงเอาภรรยามาเลี้ยงดูอยู่ด้วยกันจนถึงปัจจุบัน)

ขอบคุณนะคะที่รับฟัง และจะเป็นกรุณามากที่ตอบนะคะ เคลียดแทนพ่อจริงๆ กลัวใครจะมาทำอะไรพ่อ ตัวดิฉันเองก็อยู่ต่างประเทศด้วย

โดยคุณ [email protected] (83.254.xxx.xxx) 5 มี.ค. 2560, 14:32

ความคิดเห็นที่ 733

อยากทราบว่า สามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่มีลูกด้วยกัน1คน สิทธิ์ตามกฎหมายแจ้งว่าลูกจะต้องอยู่กับแม่เท่านั้น แต่แม่ไม่ได้ดูแล ช่วยเหลือ ติดต่อ คือหายไปเลย มีแต่พ่อที่เลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง อยากทราบว่า ในกรณีนี่ พ่อมีสิทธิ์ในตัวลูกไหมครับ โดยที่หากวันนึงแม่เด็กฟ้องเรียกสิทธิ์

โดยคุณ (49.230.xxx.xxx) 3 มี.ค. 2560, 15:24

ความคิดเห็นที่ 732

ขอสอบถามครับ

 แต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนแล้วซื้อรถร่วมกันและที่ดิน แต่เป็นชื่อ ผญ แล้วเลิกกันแล้วแต่แต่ ผญ ไม่ยอมแบ่งต้อง ทำยังครับ

โดยคุณ 422 (183.89.xxx.xxx) 26 ก.พ. 2560, 19:32

ความคิดเห็นที่ 731

 อยากทราบว่า ในกรณีมีสามีเป็นชาวต่างชาติ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่มีคอนโดเป็นชื่อร่วมกัน ในกรณีนี้อยากทราบ คอนโดจะตกเป็นของใคร ในกรณีที่เลิกลากัน

โดยคุณ เปิ้ล (134.196.xxx.xxx) 20 ก.พ. 2560, 19:02

ความคิดเห็นที่ 730

 ขอสอบถามค่ะ กรณีพ่อกับแม่ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงแต่มีใบรับรองการเกิดของบุตร

แล้วต่อมาพ่อกับแม่หย่ากันแล้วมามีภรรยาใหม่แต่มิได้จดทะเบียนสมรถถ้าวันนึงบิดาเสียชีวิต

บุตรมีสิทธิได้รับมรดกหรือไม่แล้วต้องแบ่งให้กับภรรยาใหม่ปรือเปล่า

โดยคุณ กรรณิการ์ (125.27.xxx.xxx) 13 ก.พ. 2560, 16:26

ความคิดเห็นที่ 729

 ขอถามค่ะ อยู่ร่วมกับสามีมามีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีทรัพยสินที่หาร่วมกันมา แต่เป้นชื่อของสามี สามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง ญาติเขาบอกว่า มาแต่ตัวก็ไปแต่ตัว 

โดยคุณ ภัทรจิรา พุทธรอด (49.229.xxx.xxx) 13 ก.พ. 2560, 11:31

ความคิดเห็นที่ 728

 การที่เราอยู่กินภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบีบนสมรสกัน แต่ญาติๆทั้งสองฝ่ายและชาวบ้านรับรู้รับทราบกัน ต่อมาได้มีชายอื่นซึ่งเป็นข้าราชการได้ลักลอบมีชู้กับภรรยาเรา และเราจะทำอย่างไรและจะเอาผิดอย่างไรได้บ้าง และแจ้งไปยังหน่วยงานของชายชู้เพื่อเอาผิดทางวินัยตามระเบียบของข้าราชการได้หรือไม่อย่างไร ขอรบกวนไขความกระจ่างด้วย ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

โดยคุณ ธีระชาติ (171.98.xxx.xxx) 29 ม.ค. 2560, 15:29

ตอบความคิดเห็นที่ 728

 กรณีตามปัญหา การที่สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาว ตามปพพ.มาตรา 1523 กฎหมายรับรองสิทธิเฉพาะสามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตามปพพ.มาตรา 1457
ทั้งนี้ ท่านอาจใช้สิทธิร้องเรียนทางวินัยทางชู้สาวต่อผู้บังคับบัญชาของชายดังกล่าวได้ แต่จะเป็นผลให้กระทบกระเทือนให้ชายออกจากงานได้หรือไม่เป็นดุลพินิจของต้นสังกัดโดยตรง

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 14 ก.พ. 2560, 13:57

ความคิดเห็นที่ 727

 กรณีตามปัญหา การที่สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาว ตามปพพ.มาตรา 1523 กฎหมายรับรองสิทธิเฉพาะสามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตามปพพ.มาตรา 1457
ทั้งนี้ ท่านอาจใช้สิทธิร้องเรียนทางวินัยทางชู้สาวต่อผู้บังคับบัญชาของชายดังกล่าวได้ แต่จะเป็นผลให้กระทบกระเทือนให้ชายออกจากงานได้หรือไม่เป็นดุลพินิจของต้นสังกัดโดยตรง

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 14 ก.พ. 2560, 13:57

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก