งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

หลักฐาน-ค่าใช้จ่าย-ฟ้องชู้-ตัวอย่างคดีชู้

มีคู่สมรสหลายท่านสอบถามมาเกี่ยวกับการฟ้องหย่า ฟ้องชู้ และเรียกค่าทดแทน

บทความวันที่ 12 เม.ย. 2560, 16:58

มีผู้อ่านทั้งหมด 9674 ครั้ง


หลักฐาน-ค่าใช้จ่าย-ฟ้องชู้-ตัวอย่างคดีชู้

          มีคู่สมรสหลายท่านสอบถามมาเกี่ยวกับการฟ้องหย่า ฟ้องชู้ และเรียกค่าทดแทน ทนายคลายทุกข์ขอให้คำแนะนำเป็นรายประเด็นดังนี้

          1.คู่สมรสต้องจดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1457 จึงจะเป็นโจทก์ฟ้องได้

          2.การฟ้องต้องฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มูลคดีเกิดหรือที่จำเลยมีภูมิลำเนา

          3.เหตุฟ้องหย่าเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 

          4.การฟ้องชายชู้หรือหญิงชู้เป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 

          5.ค่าทดแทน คู่สมรสมีสิทธิเรียกได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1523 

          6.ถ้าคู่สมรสยินยอมให้มีชู้หรือรู้เห็นเป็นใจ ยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1517 และมาตรา 1518 (ให้อภัยแล้ว) อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 13082/2558 และฎีกาที่ 7229/2537

          7.ฎีกาเกี่ยวกับคดีชู้ ฎีกาที่ 4818/2551 คดีชู้เป็นคดีครอบครัว, ฎีกาที่ 6516/2552 ไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่ในบ้านชุมชน ขับรถรับส่งทุกวัน ถือว่าแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวแล้ว, ฎีกาที่ 3288/2527 ผัวเมียรู้เห็นร่วมกันกระทำผิด ยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้, ฎีกาที่ 4818/2551, ฎีกาที่ 320/2530, ฎีกาที่ 2940/2538 ฟ้องชู้ไม่ต้องฟ้องหย่าก่อน, ฎีกาที่ 6288/2537 ในคดีหย่าถ้าหลังจากหย่าแล้วคู่สมรสยากจนลง ถ้าเหตุหย่าเป็นความผิดของจำเลยฝ่ายเดียว โจทก์จะขอให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพเพราะทำให้ยากจนลงหลังหย่าได้ ส่วนการกำหนดค่าเลี้ยงชีพให้ศาลกำหนดได้ ฎีกาที่ 2685/2540, ฎีกาที่ 1125/2544, ฎีกาที่ 2141/2531 การหย่าโดยคำพิพากษาของศาลเพียงแต่ยื่นสำเนาคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดต่อนายทะเบียน และนายทะเบียนบันทึกไว้ก็พอแล้วตาม พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัวมาตรา 16 

ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกา

1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4818/2551

            โจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลย โดยอ้างเหตุว่า จำเลยคบหากับ พ. ในลักษณะชู้สาวและจำเลยแสดงตนโดยเปิดเผยว่าเป็นภริยาของ พ. เป็นการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทบัญญัติในบรรพ 5 เป็นการเฉพาะ มิใช่คดีละเมิดธรรมดา ถือเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ไม่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 6

            โจทก์อ้างเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกเป็นพยานไม่จำต้องส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้แก่จำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 90 (2)

            จำเลยไปรับประทานอาหารกับ พ. ร่วมกับเพื่อนของจำเลยและเพื่อนของ พ. โดยมีการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ในลักษณะใกล้ชิดเป็นพิเศษเกินกว่าความสัมพันธ์ในระดับคนที่รู้จักในการทำงานทั่วไปและการที่จำเลยไปพักที่โรงแรมทั้งสองแห่งกับ พ. โดยพักอยู่ห้องเดียวกันและมีเพศสัมพันธ์กัน แม้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์จะเป็นเพื่อนของ พ. เพื่อนของจำเลยและพนักงานงานโรงแรมก็เป็นการแสดงตัวอย่างเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้

            โจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยซึ่งเป็นหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะน้องมีการฟ้องหย่าก่อนจึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนได้ ย่อมไม่ใช่การฟ้องเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุตามมาตรา 1516 (1) เสียก่อนจึงจะมีสิทธิฟ้องได้

2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2530

            การล่วงเกินในทำนองชู้สาวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1523 วรรคสองมีความหมายรวมถึงการทำชู้ด้วย สิทธิเรียกค่าทดแทนนี้มิได้มีเงื่อนไขว่าสามีจะต้องฟ้องหย่าภริยาเสียก่อนจึงจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาวได้และค่าทดแทนในกรณีนี้เป็นค่าเสียหายอย่างหนึ่งที่ชายชู้ต้องรับผิด ศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามฐานานุรูปแห่งผู้ต้องได้รับความเสียหาย ซึ่งรวมถึงความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของโจทก์ด้วย
โจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยอ้างว่าจำเลยเป็นชู้กับ น.ผู้ตายซึ่งเป็นภริยาโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ข้อหนึ่งว่าหากน. เป็นภริยาโจทก์โจทก์ก็รู้เห็นเป็นใจให้ภริยามีชู้ ดังนี้ประเด็นที่ว่าโจทก์รู้เห็นเป็นใจให้จำเลยเป็นชู้กับผู้ตายนั้น ภาระการพิสูจน์ตกแก่จำเลย

3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2940/2538

            โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่ามีความสัมพันธ์กับสามีโจทก์ในทำนองชู้สาวตลอดมา จนถึงวันฟ้อง ลักษณะการกระทำของจำเลยได้กระทำต่อเนื่องกัน มายังมิได้หยุด การกระทำละเมิดของจำเลยได้เกิดขึ้นและ มีอยู่ในขณะฟ้อง คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาจำเลยที่ว่า การฟ้องเรียกค่าทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 จะต้องฟ้องหย่าเสียก่อนจึงจะเรียกค่าทดแทนได้นั้นเป็นฎีกาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ การเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ไม่มีเงื่อนไขว่าภริยาต้องฟ้องหย่าสามีเสียก่อนจึงจะฟ้องเรียก ค่าทดแทนจากหญิงนั้นได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2791/2515

            สามีฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชายชู้โดยไม่ได้ฟ้องขอหย่าภรรยากรณีไม่ต้องด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1505วรรคแรก (มาตรา 1523 ใหม่) แต่สามีมีสิทธิตามวรรคสองของมาตราเดียวกันนี้ฟ้องเรียกค่าทดแทนได้ การล่วงเกินในทำนองชู้สาวมีความหมายรวมถึงการทำชู้ด้วย

5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6558/2542

           การที่จำเลยกับป. สามีโจทก์ พักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันในท้องที่ย่านชุมนุมชน โดยเปิดเผย และมีความสัมพันธ์ฉันสามีภริยาจนมีบุตรด้วยกัน โดยบุตรก็ใช้นามสกุล ของ ป. ด้วยนั้น เป็นพฤติการณ์ที่แสดงโดยเปิดเผยว่าจำเลยมีความสัมพันธ์กับ ป.ในทำนองชู้สาวแล้วโดยไม่จำเป็นต้องออกงานสังคมร่วมกับ ป. แต่อย่างใด ตามปกติภริยาย่อมต้องรักใคร่หวงแหนมิให้สามีไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับ หญิงอื่นเว้นแต่จะมีเหตุผลพิเศษอย่างยิ่ง โจทก์มีความรักและหวงแหน ป. ผู้เป็นสามีถึงกับต้อง ย้ายจากจังหวัดนครศรีธรรมราชติดตามมาอยู่กับ ป. ที่จังหวัดจันทบุรีและยังไปร้องเรียน ต่อผู้บังคับบัญชา ป.ให้ว่ากล่าวตักเตือน ป.ให้ยุติความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยด้วย ไม่ปรากฏว่ามีเหตุผลหรือพฤติการณ์พิเศษอย่างใดที่โจทก์มีความจำเป็นต้องยินยอมให้จำเลยมาเป็นภริยาของ ป. อีกคนหนึ่ง เมื่อจำเลยแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับ ป. ในทำนองชู้สาวโดยโจทก์มิได้ยินยอมเช่นนี้ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ค่าทดแทนที่ภริยาเรียกจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมี ความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวนั้น พิจารณาจากความเสียหายที่ภริยาพึงได้รับ พฤติการณ์แห่งคดีและสถานะของคู่สมรสเป็นหลัก โจทก์สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย มหิดลประกอบอาชีพรับราชการนับว่าเป็นผู้มีเกียรติฐานะในวงสังคม โจทก์กับ ป.สมรส กันมานานถึง 10 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คน สถานะของครอบครัวมีความมั่นคงสมบูรณ์ การกำหนดให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์จำนวน 100,000 บาท นับว่าเหมาะสมแล้ว

6. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2936/2522

            คำบรรยายฟ้องของโจทก์แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งการกระทำของจำเลยเฉพาะการนอนกอดกับภริยาโจทก์ แต่ที่ว่าจำเลยยังลักลอบเล่นชู้กับภริยาโจทก์เรื่อยมา จนในที่สุดได้พาภริยาโจทก์ไปอยู่กับจำเลยนั้น ฟ้องโจทก์ไม่ได้แสดงโดยแจ้งชัดพอที่จะถือเป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จึงต้องถือว่าโจทก์มุ่งประสงค์จะเรียกค่าทดแทนจากจำเลยสำหรับการที่จำเลยไปนอนกอดกันกับภริยาโจทก์เป็นหลัก

            การนอนกอดกันกับภริยาของผู้อื่นเพราะรักใคร่กันในทางชู้สาว หรือกระทำถึงขั้นร่วมประเวณีกับภริยาของผู้อื่น ก็ล้วนแต่ต้องถือว่าได้ล่วงเกินภริยาของเขาไปในทำนองชู้สาวทั้งสิ้น โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523วรรคสอง

7. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2847/2523

            จำเลยทราบว่า ต. เป็นหญิงมีสามี แต่ก็ยังร่วมหลับนอนด้วย เมื่อจำเลยล่วงเกิน ต. ภริยาโจทก์ในทำนองชู้สาวจึงถือว่าจำเลยละเมิดสิทธิต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายต้องใช้ค่าทดแทน

8. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2514

            กรณีที่ภริยามีชู้หรือมีผู้ล่วงเกินภริยาในทำนองชู้สาว อันเป็นการกระทบกระเทือนไปถึงสิทธิของสามีนั้น มีมาตรา 1505 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นบทที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะให้สามีมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากภริยาและชู้หรือผู้ที่ล่วงเกินนั้นได้สามีจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินภริยาของตนในทางชู้สาว โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิของสามีตามมาตรา 420 ไม่ได้
            ฟ้องหาว่าจำเลยล่วงเกินภริยาของโจทก์ในทางชู้สาวโดยกอดจูบและร่วมประเวณีแต่ได้ความว่าต่อมาโจทก์กับภริยาได้สมัครใจจดทะเบียนหย่ากันเองเสียแล้ว กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 1505 วรรคแรก แม้กระนั้นก็ยังเป็นเรื่องการล่วงเกินไปในทำนองชู้สาวตามวรรคสองและถึงแม้ว่าภริยาจะได้สมัครใจหรือยินยอมให้ล่วงเกิน สามีก็ยังมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินได้
            แม้จะได้จดทะเบียนหย่ากันแล้ว สามีก็ยังมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวตามมาตรา 1505 วรรคสองได้
            โจทก์รู้หรือควรรู้ว่าจำเลยล่วงเกินภริยาของโจทก์ในทำนองชู้สาวจนพ้นกำหนด 3 เดือนแล้ว จึงฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลย คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความตามมาตรา 1509

9. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2509

            ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1505 วรรค 1 บัญญัติถึงกรณีที่ภริยาทำชู้กับผู้อื่น สามีจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากภริยาและชู้ได้ต่อเมื่อได้มีคำพิพากษาของศาลให้สามีภริยานั้นหย่ากันเสียก่อน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1505 วรรค 2 บัญญัติถึงกรณีสามีมีสิทธิจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวได้ อันมิใช่เรื่องภริยามีชู้ แต่เป็นเรื่องภริยาถูกล่วงเกินโดยไม่สมัครใจ ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องให้ศาลพิพากษาให้สามีภริยาหย่ากันเสียก่อน
            เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ข่มขืนชำเราภริยาโจทก์โดยภริยาโจทก์ไม่สมัครใจ อันเป็นการล่วงเกินในทางชู้สาว ดังนี้ กรณีจึงต้องด้วยมาตรา 1505 วรรค 2 แม้จะไม่มีคำพิพากษาของศาลให้โจทก์หย่าขาดจากภริยาเสียก่อน โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้

10. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2546

            โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 1 มีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาจำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 และอยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผยโดยยังมิได้หย่าขาดกับโจทก์ โจทก์จึงฟ้องหย่าโดยเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากจำเลยที่ 1 และเรียกค่าทดแทนจากจำเลยทั้งสอง แม้โจทก์จะทราบว่าจำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสและอยู่กินด้วยกันตั้งแต่ปี 2536 แต่จำเลยทั้งสองก็อยู่กินด้วยกันตลอดมาจนถึงวันฟ้อง ลักษณะการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อโจทก์ต่อเนื่องกันมายังมิได้หยุดการกระทำอายุความจึงยังไม่เริ่มนับ คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ
            แม้โจทก์จะเคยเห็นภาพถ่ายพิธีมงคลสมรสของจำเลยทั้งสองในภายหลังและมิได้โต้แย้งคัดค้านก็ตาม แต่ขณะจัดพิธีมงคลสมรสของจำเลยทั้งสอง โจทก์ไม่ทราบเรื่องกรณียังไม่พอฟังว่าโจทก์ได้รู้เห็นเป็นใจให้จำเลยทั้งสองอยู่กินเป็นสามีภริยากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1517 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องหย่าได้
            การที่จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูและยกย่องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหญิงอื่นฉันภริยาอันเป็นเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(1) และศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 หย่ากันด้วยเหตุดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยทั้งสองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคแรก
            สิทธิของผู้เยาว์ที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดาเป็นสิทธิของบุตรแต่ละคนจะพึงได้รับตามความสามารถของผู้มีหน้าที่ให้ ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งคดี การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่บุตรทั้งสองรวมกันมาจึงไม่ถูกต้อง ควรกำหนดจำนวนเงินเป็นรายเดือนให้เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองแต่ละคนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา และเมื่อบุตรคนแรกบรรลุนิติภาวะแล้วให้ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยกำหนดจำนวนเงินเป็นรายเดือนแก่บุตรคนที่สองต่อไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ

11. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6383/2537

            ภริยามีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1521 วรรคสอง ค่าทดแทนนี้เป็นค่าเสียหายอย่างหนึ่งมีความหมายรวมถึงความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของภริยา ซึ่งเป็นเรื่องที่กฎหมายบัญญัติให้รับผิดไว้โดยเฉพาะแล้ว จะฟ้องเรียกค่าทดแทนโดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 447 ให้ชำระค่าเสียหายเป็นรายเดือน นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะเลิกแสดงตนและเลิกมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามีอีกไม่ได้

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 132

ขออนุญาตเรียนปรึกษาครับ

ผมได้สมรสถูกต้องตามกฏหมายกับภรรยามาประมาณสามปี จากนั้นภรรยาได้ตั้งท้องเมื่อคลอดออกมาผมจดทะเบียนรับรองบุตรตามกฏหมาย ซึ่งหลังจากลูกเกิดมานั้นผมได้สืบทราบว่าภรรยาผมมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับบุคคลอื่น ผมจึงได้ติดตามรวบรวมข้มมูลจนทราบว่าเป็นใคร เมื่อได้สอบถามชายคนนั้นรับว่าเป็นชู้กับภรรยาผมจริง และเชื่อว่าลูกที่ผมจดทะเบียนรับรองไม่ใช่ลูกผม ผมจึงได้ติดต่อ lab เอกชนเพื่อพิสูจน์ DNA ผลคือเด็กคนดังกล่าวไม่ใช่ลูกผม จากนั้นผมจึงได้ขอหย่ากับภรรยา ซึ่งได้มีการจดทะเบียนหย่าและตกลงเรื่องทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว คำถามคือ


1.ผมต้องการถอนการรับรองบุตรต้องทำอย่างไร

2.ผมยังมีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนหรือค่าเสียหายจากภรรยาและชายชู้ได้หรือไม่ (กรณีดังกล่าวยังไม่เกิน 1 ปีนับแต่ทราบเรื่อง)

ขอบพระคุณครับ

โดยคุณ jason (223.24.xxx.xxx) 18 เม.ย. 2560, 23:04

ความคิดเห็นที่ 131

เป็นยายของเด็กค่ะเลี้ยงมาตั้งแต่แม่เขาคลอดออกมาแต่แม่เด็กไม่ได้เลี้ยงดูเลย ไปอยู่กับสามี ไม่ได้ส่งเงินช่วยเหลือเท่าไหร่เลย เลี้ยงมาจน3ขวบ แม่เขาพาหนี ไปอยู่ต่างจังหวัดกับสามี การเป็นอยู่ การกินแย่กว่าเราเลี้ยงมาก สามารถเอาเด็กกลับมาได้ไหม หรือ ให้เรามีสิทธธิ์กับตัวเด็กไปเลย

โดยคุณ 19531 (124.120.xxx.xxx) 11 เม.ย. 2560, 18:21

ตอบความคิดเห็นที่ 131

กรณีดังกล่าว เมื่อท่านไม่ใช่พ่อแม่ของเด็ก ไม่มีอำนาจปกครองบุตร ทำได้เพียงจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามปพพ. มาตรา 1598/21 และถ้าหากบิดามารดาเด็กไม่ให้ความยินยอมให้ท่านรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ท่านสามารถร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งแทนการให้ความยินยอมของบิดามารดาเด็กได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 11 พ.ค. 2560, 15:19

ความคิดเห็นที่ 130

 เราเป็นฝ่ายชาย. อยากจะถามพ่อเด็อายุ19ปีส่วนแม่อายุ17ปีตอนท้องอละตอนคลอดเค้าอยูกับเราและเราก็เลีัยงเค้ามาจนกระทั่งได้หนึ่งจวบสามเดือนค่าใช้จ่ายทั้งหมดเราออกคนเดียวแล้วจู่ๆแม่เด็กก็เอา้ด็กไปคือแยกกันอยู่    แล้วอยากจะถามว่าถ้าเราจะฟ้องเอาเเ็กมาอยู่กับเรา เราจะมีสิทธิมั้ย. ตอนยังไม่แยกกันค่าใช้จ่ายทั้งหมดเราจ่ายเองหมดทุกอย่างหมายถึงค่าเลี้ยงดูค่ะ

โดยคุณ นางสวาทศรีต่างคำ (49.230.xxx.xxx) 29 มี.ค. 2560, 17:48

ตอบความคิดเห็นที่ 130

หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส ท่านจะมีสิทธิในตัวบุตรต่อเมื่อ เป็นกรณีตาม ป.พ.พ.มาตรา 1547 เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษา ว่าเป็นบุตร 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 25 เม.ย. 2560, 15:29

ความคิดเห็นที่ 129

ฉันอยากจะฟ้องหย่าสามีค่ะ เนื่องจากเค้าติดยา จากการกระทำของเค้าทำให้ฉันกลัวว่าจะโดนไปกับเค้าด้วย เพราะเค้าได้มีการไปโกงเงินคนอื่น ไปขโมยของคนอื่นมา ฉันควรจะทำยังงัยดี ฉันมีลูกกับเค้า 1 คน เคยขออย่าแล้ว แต่เค้าไม่ยินยอมที่จะไปอย่าให้ เค้าบอกถ้าฉันอย่ากับเค้า เค้าจะไปทำร้ายครอบครัวของฉัน ฉันควรทำยังไงดีค่ะ ตอนนี้เค้าก้อขโมยรถมอเตอร์ไซด์ฉันไปด้วย ชื่อผู้ซื้อคือชื่อของฉัน ฉันกลัวว่าเค้าจะเอารถฉันไปขโมยของคนอื่น ทำให้ฉันต้องโดนไปด้วย แบบนี้ฉันสามารถฟ้องอย่าเค้าได้มั้ยค่ะ

โดยคุณ ณัฐพร (1.20.xxx.xxx) 6 ก.พ. 2560, 11:40

ตอบความคิดเห็นที่ 129

 สามารถฟ้องหย่าได้ครับ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (180.183.xxx.xxx) 26 ก.พ. 2560, 12:06

ความคิดเห็นที่ 128

 สามารถฟ้องหย่าได้ครับ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (180.183.xxx.xxx) 26 ก.พ. 2560, 12:06

ความคิดเห็นที่ 127

ปรึกษาค่ะ  ดิฉันอยู่กับสามี มาประมาณ 30  กว่าปี มีทะเบียนสมรส มีลูกด้วยกัน 3  คน ลูกทุกคนอายุเกิน 25 ปี ทุกคน แต่ระยะเวลาที่อยู่กับสามี สามีดิฉันนอกใจมาโดยตลอด ถ้าดิฉันพูดถึงผู้หญิงที่เป็นชู้หรือเป็นเมียน้อย  สามีดิฉันก็มีอารมณ์โมโหร้าย หยาบคายแล้วก็ทำร้ายร่างกายดิฉัน ตลอดมา ล่าสุดดิฉันพึ่งผ่าตัดมาใหม่ๆดิฉันยังไม่แข็งแรงสามีดิฉันก็ทำร้ายดิฉันต่หน้าต่อตาลูกเขยอีกจนดิฉัีนสบลคาเท้าสามี ดิฉันอยากฟ้องร้องเอาค่าเสียหายได้หรือไม่ค่ะ แต่หลักฐานเอกสารเกี่ยวกับเมียน้อยไม่มี มีแต่การเห็นการทราบของดิฉันหรือชาวบ้านเท่านั้นค่ะ

กรุณาตอบด้วยนะค่ะ

โดยคุณ (49.228.xxx.xxx) 25 ม.ค. 2560, 16:47

ตอบความคิดเห็นที่ 127

 กรณีดังกล่าวสามารถฟ้องหย่าได้ครับ ตาม ป.พ.พ.1516 และดำเนินคดีอาญาได้ตาม ป.อ.มาตรา 295
แนะนำให้นำพยานหลักฐานเข้าพบทนายความเพื่อช่วยเหลือทางกฎหมายต่อไปครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 8 ก.พ. 2560, 10:28

ความคิดเห็นที่ 126

 กรณีดังกล่าวสามารถฟ้องหย่าได้ครับ ตาม ป.พ.พ.1516 และดำเนินคดีอาญาได้ตาม ป.อ.มาตรา 295
แนะนำให้นำพยานหลักฐานเข้าพบทนายความเพื่อช่วยเหลือทางกฎหมายต่อไปครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 8 ก.พ. 2560, 10:28

ความคิดเห็นที่ 125

 เรียนปรึกษาค่ะ ดิฉันมีอาชีพเป็นข้าราชการ แต่สามีทำงานทั่วไปแต่เขาไปเล่นชู้กะหญิงอื่น บอกให้มาหย่าไม่มาหย่า ดิฉันจึงเป็นคนจบปัญหาโดยการปล่อยให้ทั้งคู่ไป หมดความรู้สึก ปลดสถานะไม่มีฐานะในสามีคือเลิกแล้วต่อกันแค่เขายังไม่มาหย่า แล้วในช่วงระหว่างที่รอการหย่า ดิฉันสามารถคบกะคนอื่นได้ไหม ถ้าเขาทราบเขาจะสามารถฟ้องหย่าดิฉันได้หรือเปล่าค่ะ เกรงจะกระทบกับงานของดิฉันค่ะ

โดยคุณ วรยา (110.77.xxx.xxx) 8 ธ.ค. 2559, 11:23

ตอบความคิดเห็นที่ 125

 ท่านสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ของสามีได้ครับ และสามารถฟ้องหย่าสามีได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (14.207.xxx.xxx) 23 ธ.ค. 2559, 10:22

ความคิดเห็นที่ 124

 ท่านสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ของสามีได้ครับ และสามารถฟ้องหย่าสามีได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (14.207.xxx.xxx) 23 ธ.ค. 2559, 10:22

ความคิดเห็นที่ 123

 ดิฉันรบกวนขอปรึกษาท่านด้วยค่ะ

ดิฉันแต่งงานอยู่กินกับสามีมา 13 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน หลังจากที่สามีตกงานเขาก็ขอไปทำงานร้ายอาหารกับญาติที่อเมริกา หลังจากเขาไปได้ 2 ปี เขาก็แอบไปแต่งงานจดทะเบียนกับผู้หญิงไทยที่ได้สัญชาติแล้วโดยไม่ได้บอกดิฉัน แต่ดิฉันสืบรู้เองในภายหลัง ส่วนเงินทองปีแรกๆเขาไม่ได้ส่งมาเลย ปีต่อไปเจาก็ส่งมาบ้างเล็กน้อย หลักพันบาท ตอนนี้ดิฉันเลี้ยงลูกเองอย่างลำบากถ้าดิฉันจะฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรได้ไหมค่ะ และจะมีผลต่อกรีนการ์ดหรือซิติเซ่นของเขาไหมค่ะ

ขอความกรุณาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ 

ณภาภัช 

โดยคุณ ณภาภัช (27.55.xxx.xxx) 27 ต.ค. 2559, 08:01

ตอบความคิดเห็นที่ 123

 หากท่านไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามี มีบุตรด้วยกัน ตาม ป.พ.พ. สามีไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าท่านต้องการเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ต้องทำให้สามีเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนตามมาตรา 1547 เมื่อเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว บิดามารดามีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างผู้เยาว์ เมื่อบิดาไม่อุปการะเลี้ยงดูบุตร คุณก็มีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลได้ ในการยื่นฟ้องต่อศาลนั้นคุณฟ้องสามีให้รับเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กในคราวเดียวกันได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (180.183.xxx.xxx) 7 พ.ย. 2559, 13:43

ความคิดเห็นที่ 122

 หากท่านไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามี มีบุตรด้วยกัน ตาม ป.พ.พ. สามีไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าท่านต้องการเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ต้องทำให้สามีเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนตามมาตรา 1547 เมื่อเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว บิดามารดามีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างผู้เยาว์ เมื่อบิดาไม่อุปการะเลี้ยงดูบุตร คุณก็มีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลได้ ในการยื่นฟ้องต่อศาลนั้นคุณฟ้องสามีให้รับเด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กในคราวเดียวกันได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (180.183.xxx.xxx) 7 พ.ย. 2559, 13:43

ความคิดเห็นที่ 121

 ดิฉันได้กู้เงินหนี้นอกระบบมาประมาณ700000ได้ค่ะแต่ไม่ใช่เจ้าหนี้คนเดียวค่ะ ทำสัญญากับเจ้าหนี้ทุกคนแต่สามีไม่ได้เซ็นสัญญาแต่สามีรับรู้หมดทุกอย่างและตอนนี้ดิฉันจะให้เขารับผิดชอบบ้าเพราะสัญญาเป็นชื่อดิฉันแต่เงินทียืมมาก็มาใช้จ่ายในครัวเรือนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดิฉันจะหย่าดิฉันต้องทำไงให้เขาได้รับหนี้ในส่วนตรงหนี้ไปครึ่นึ่งด้วยดิฉันจะต้องทำยังไงตอนนี้ดิฉันเหมือนคนล้มละลายเลยค่ะเพราะสัญญาทุกฉบับเป็นชื่อดิฉันคนเดียวแต่สามีก็รับรุ้เพราะเขาอ่านไม่ออกแต่เขียนชื่อได้ ต้องทำยังไงค่ะช่วยอนะนำหน่อยค่ะ

โดยคุณ คุณหทัย (1.47.xxx.xxx) 16 ต.ค. 2559, 01:58

ความคิดเห็นที่ 120

  สวัสดีคะ

หนูมีลูกชาย1คน ตอนนี้อายุ5ขวบคะ เลี้ยงเองมาตั้งแต่เกิด โดยที่สามีสนใจบ้างไม่สนใจบ้าง หนูทำงานหาเงินเลี้ยงลูกมาเอง ตอนแรกที่ท้อง เคยโดนพาไปสถานที่ทำแท้ง 2 ครั้งคะ แต่เราร้องไห้ฟูมฟายมากเพราะเราไม่อยากทำ แต่ที่ไปกับเขาเพราะเขาขู่ว่าถ้าเราไม่ไปเอาออกกับเขา เขาจะฆ่าตัวตายคะเราเลยต้องไปเพราะกลัว

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ตอนที่เราท้องเราได้ย้ายไปอยู่กับพี่ที่ต่างจังหวัดแทนคะ เพราะเราอยู่ที่บ้านไม่ได้เพราะกลัวโดนทำร้าย แต่ตอนเราท้องเขาโทรติดต่อเรานานๆครั้งคะ เวลาโทรมาเขาก็จะพูดทำนองว่า เขารับไม่ได้ เขาไม่เอา เขาทนไม่ไหว เขาจะฆ่าตัวตาย ประมาณนี้ละคะ
 
แต่เราก็ออกจากเรียน หางานทำเลี้ยงลูกด้วยเงินเรากับเงินคนในครอบครัวเราคะ
ทางบ้านเขาก็ไม่ค่อยช่วยเลยคะถ้าเราไม่ถามเอา เขาก็จะไม่เคยสนใจเลย เรากลับมาจากต่างจังหวัด ลองไปอยู่บ้านเขาได้สักหกเจ็ดเดือน เลยทำให้รู้คะว่าที่บ้านเขาสอนให้ลูกชายเขาไม่ต้องสนใจเราคะ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือให้ แม่เขาจะเขามาตัดสินทุกอย่างแทนเขาคะ
เลยทำให้เรากับแม่เขาไม่ค่อยกินเส้นกัน
ตอนนี้เรากลับมาอยู่ที่บ้านของเราได้จะสองปีแล้ว ที่บ้านสามีเคยสั่งให้สามีมาเลิกกับเราคะ แต่เราก็ไม่ได้เลิกกันจริงนะคะ เราอยู่กันมาแบบหลบๆซ่อนๆมาโดยตลอด แฟนพึ่งเริ่มมาส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกเมื่อตอนต้นปี 59 นี้เองคะ เพราะพึ่งได้งานทำเอง แต่ตอนนี้เราดันท้องลูกคนที่2 แฟนเราบอกให้เราไปเอาเด็กออก แต่เราไม่เอาคะ แฟนเลยจะขอแยกทางกับเรา แล้วขอลูกคนแรกไปเลี้ยงเอง ลูกคนที่สองก็ลูกของเขา แล้วลูกคนแรก เขาก็ไม่เคยสนใจคะ แต่พอเราท้องเขากลับบอกว่าเราไม่มีทางเลี้ยงลูกเองสองคนได้ เขาจะเอาลูกคนแรกไปเลี้ยงเอง แล้วเราแยกทางกัน ตอนบอกว่าท้องลูกคนที่สอง ก็เหมือนกับท้องลูกคนแรกคะ ทั้งด่าว่าเรา แล้วก็ขู่จะฆ่าตัวตายถ้าเราไม่เอาออก แต่พอเราไม่ยอมก็จะเอาลูกคนแรกที่เราเลี้ยงมาด้วยตัวเราเองไปดื้อๆ  ถ้าเราจะฟ้องหย่า  เราต้องทำยังไงดีคะ ที่เขาจะไม่ได้ลูกเราไป  เราคบกันมา ก็หลายปี เราไม่เคยไปกินเหล้าเมายา ไม่เคยมีเรื่องผู้ชาย หรือเสียหายอะไรเลยคะ เราเลี้ยงลูกมาด้วยตัวเองคนเดียวไม่มีขาดตกปกพร่อง มีแต่บ้านเขาที่ไม่เคยสนใจเราและลูกเลยแต่จู่ๆก็จะมาเอาลูกเราไป เราควรทำยังไงดีคะ
โดยคุณ Ja (27.145.xxx.xxx) 17 ก.ย. 2559, 19:07

ความคิดเห็นที่ 119

 ไม่อยากอยู่กับสามีแล้ว หมดรัก อยู่แล้วไม่มีความสุข ตอนนี้ต่างคนก็ต่างมีกิ๊ก แต่สามีไม่ยอมหย่า ส่วนเราแยกมาอยู่บ้านแม่เกือบปีแล้ว จะทำอย่างไรถึงจะหย่าได้

ปัจจุบันแนกกันอยู่ แต่สามีไม่ยอมหย่า  ยังส่งเสียเรื่อง คชจ.

ส่วนตัวเราก็จะกลับเข้าไปบ้านทำความสะอาด หาอาหารบ้างแต่เสร็จงานก็กลับไปอยู่บ้านแม่จะคุยกันเฉพาะมีธุระจริงๆเท่านั้น

แยกกันอยู่ จะต้องมีหลักฐานใดยืนยัน

รบกวนตอบในกระทู้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ สุชาดา (1.10.xxx.xxx) 6 ก.ย. 2559, 08:18

ความคิดเห็นที่ 118

 เริ่มเลยนะคะ อยู่กับสามีมา20ปี พึ่งจะทะเบียนสมรสได้8ปีตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นในครอบครัว สมัยก่อนสามีเคยแอบมีสัมพันธ์กับผุ้หญิงคนนึงช่วงมีปัญหากันตอนอยู่กะดิฉันช่วงแรกๆ แต่ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนั้นกันมาได้โดยดิฉันมีบุตรชายและบุตรสาวกับสามี บุตรชายปัจจุบันอายุ19ปีแล้วและก็กำลังจะรีบราชการส่วนบบุตรสาวพึ่ง 8 ปี คือ มีเรื่องราวเกิดขึ้นที่ว่าความเจ้าชู้ขแงสามีในอดีตกลับมาเป็นปัญหาในครอบครัวเราปัจจุบัน ผุ้หญิงคนนั่นท้องตั้งแต่อ้างว่ายุ่งกับสามีเราแต่ผุ้หญิงมิได้ยอมบอกว่าสามีเราเป็นพ่อของเด็กคนนั่นรึไม่ และผุ้หญิงคนนั่นก็ไปกับเพื่อนสนิทของสามีดิฉันเลยโดยที่อ้างว่าเพื่อให้เพื่อนสนิทของสามีดิฉันรับเป็นพ่อแทน จนวันเวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน เด็กคนนั้นเติบโตอายุน่าจะประมาณ16-17ปีแล้วดิฉันไม่ค่อยแน่ใจ สามีได้รุ้ข่าวเพื่อนสนิทเค้าป่วยเดินไม่ได้และเลิกลากับผุ้หญิงคนนั้นที่ไปอยู่กับเพื่อนสนิทสามีนานหลายปีแล้วและตัวเด็กก็ถูกแม่เค้าพาหนีไปอยู่กัยยายหรือแม่ของผุ้หญิงคนนั้นที่ต่างจังหวัดด้วยความอยากรุ้เรื่องเค้าสืบถามเบอร์โทรศัพท์จากเพื่อนสนิทเขาและติดต่อกับยายของเด็กจนได้ความว่าแม่เด็กเอาลูกทั้งสอง(ผุ้หญิงคนนั้นเค้ามีลูกชายกับเพื่อนสนิทขแงสามีดิฉันอีกหนึึ่งคน)มาฝากไว้แล้วก็หายตัวไปสามปีแล้ว อันนี้คำบอกเล่าของสามีตอนที่ดิฉันเรียกม่คุยกันเมื่อสองปีก่อน คือ ตอนนี้สามีดูแลรับผิดชอบโอนเงินไปให้กับตัวยายของเด็กและตัวเด็กเองซึ่งเป็นระยะเวลาสองปีกว่าแล้ว(ก็หมดไปเยอะแล้วล่ะคะ)จนวันนี้แม่เด็กเค้ากลับมาคืแติดต่อกันได้กับยายของเด็กคือรุ้แล้วว่าไปอยู่ที่ไหน ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ที้ดิฉันยอมให้สามีส่งเสียเลี้ยงดูเพราะเห็นแก่คำว่ามนุษยธรรมเพราะแม่ของเด็กหายไป แต่นี่มันไม่ใช่แล้วในความรุ้สึกของดิฉันตอนนี้คว่มสัมพันธ์ของดิฉันกับสามี พูดได้เลยว่ามันสั่นคลอนทั้งหมดรวมถึงเรื่องการเงินด้วย *หมายเหตุ ชื่อพ่อของเด็กคนนี้เป็นชื่อของเพื่อนสนิทสามีคะมิใช่ชื่อสามีของดิฉัน *ขอสอบถามเลยนะคะ ดิฉันจะดำเนินการฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรสาวคนเล็กจะต้องใช้หลักฐานหรือเก็บข้อมูลการฟ้องร้องอย่างไรบ้างคะ ซึ่งเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วรุ้สึกว่ามันบั่นทอนจิตใจของตัวเองปละกระทบถึงความรุ้สึกลูก ลูกชายคนโตรับรู้เรื่องราวทั้งหมดและสงสารเรา ก็เป็นห่วงลูกสาวคนเล็กคะ รบกวนสอบถามด้วยคะ

โดยคุณ แม่ลูกสอง (1.46.xxx.xxx) 19 ส.ค. 2559, 09:56

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก