ไม่สามารถร่วมหลับนอนได้ฟ้องหย่าได้ไหม|ไม่สามารถร่วมหลับนอนได้ฟ้องหย่าได้ไหม

ไม่สามารถร่วมหลับนอนได้ฟ้องหย่าได้ไหม

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ไม่สามารถร่วมหลับนอนได้ฟ้องหย่าได้ไหม

หากสามีดิฉันกับดิฉันไม่ได้นอนด้วยกันเลยมากว่าสิบปีแล้ว

บทความวันที่ 12 มี.ค. 2556, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9195 ครั้ง


ไม่สามารถร่วมหลับนอนได้ฟ้องหย่าได้ไหม


 
          หากสามีดิฉันกับดิฉันไม่ได้นอนด้วยกันเลยมากว่าสิบปีแล้ว แต่อยู่บ้านเดียวกันตลอด  ไม่มีลูกด้วยกัน  แยกกันนอน เนื่องจากดิฉันไม่สามารถร่วมหลับนอนกับสามีได้  สามีดิฉันสามารถฟ้องหย่าได้ไหม  และสินสมรสจะต้องแบ่งกันหรือเปล่าค่ะ 


คำแนะนำสำนักงานทนายความ ทนายคลายทุกข์
             หากท่านซึ่งเป็นภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดเวลา หรือการที่ท่านไม่อาจหลับนอนหรือไม่สามารถร่วมประเวณี อันเป็นเรื่องที่ท่านทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าหากการกระทำนั้นถึงขนาดที่สามีเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ  ฐานะ และความอยู่ร่วมกันฉันสามีมาคำนึงประกอบแล้ว  จึงเข้าเป็นเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายที่สามีสามารถนำมากล่าวอ้างเป็นเหตุฟ้องท่านและแบ่งสินสมรสได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516(6) ,(10),1533

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1516
  เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5)สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

มาตรา 1533 เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

 ดิฉันแต่งงานมา ตั้งแต่ปี 1997 จนถึงปัจบันนี้ไม่มีอะไรเลย ดิฉันทำงานหาเงิน เช่นกับตอนอยู่คนเดียว

สามีไม่เคยให้ เขาให้แต่ครอบครัวเขาเท่านั้น ดิฉันก็อาคัยอยู่ในบ้านเขา ซึ่งมีครอบครัวพ่อแม่พี่น้องรวมทั้งฉันและสามี 6 คนค่ะ ดิฉันไม่มีลูก และไม่เคยมีประเวณีร่วมกันตั้งแต่แต่ง และดิฉันดูแลรับผิดชอบตัวเองตลอดมา ไม่มีสิ่นสมบัติสักชิ้นเลย เขาทำตัวเหมือนขาดพ่อแม่ไม่ได้ ไม่เคยคิดถึงอนาต และไม่มีความคิดเช่นครอบครัวอื่นๆ ดิฉันอยากทราบว่า (หากต้องการหย่าจะทำอย่างไร ฉันเคยขอหย่ากับเขาแต่เขาไม่ยอมหย่า และเขาบอกว่าจะโดดตึกตาย หากดิฉันกลับเมืองไทยไปสัก1 2ป๊จะหย่าได้หรือไม่ค่ะ รอคำตอบ ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ sunew lee 24 มี.ค. 2557, 21:40

ตอบความคิดเห็นที่ 4

 ฟ้องหย่าครับ

โดยคุณ ทนายกิตติพงษ์0822142246 16 มิ.ย. 2559, 13:23

ความคิดเห็นที่ 3

 ฟ้องหย่าครับ

โดยคุณ ทนายกิตติพงษ์0822142246 16 มิ.ย. 2559, 13:23

ความคิดเห็นที่ 2

 ฎีกาเกียวกับการหย่าแบบนี้มีป่าวค่ะ อยากอ่านฎีกาค่ะ 

โดยคุณ วัลวิภา 30 ก.ย. 2556, 14:24

ความคิดเห็นที่ 1

 ชัดเจนนะครับ การที่คนเราไม่รักกัน ต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด  สมบัติ เเบ่งๆกันไป ไม่ตายก็หาใหม่ได้ ครับ

โดยคุณ น้องโจ เมืองกล้วยไข่ (สมาชิก) 14 มี.ค. 2556, 00:45

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก