การถอนชื่อผู้กู้ร่วม|การถอนชื่อผู้กู้ร่วม

การถอนชื่อผู้กู้ร่วม

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

การถอนชื่อผู้กู้ร่วม

  • Decha Image Slide

ดิฉันมีปัญหาจะปรึกษาค่ะ คือดิฉันได้ซื้อบ้านไว้

บทความวันที่ 16 ธ.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 21295 ครั้ง


การถอนชื่อผู้กู้ร่วม

 

          ดิฉันมีปัญหาจะปรึกษาค่ะ  คือดิฉันได้ซื้อบ้านไว้  ผ่อนมาประมาณ 10 ปี โดยมีผู้กู้ร่วมคือสามี โดยในโฉนดมีบันทึกสลักหลังเป็นเจ้าของร่วมกัน    ดิฉันไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีลูกด้วยกัน 1 คน  และปัจจุบันได้แยกทางกันแล้ว โดยสามีมีภรรยาใหม่ และการผ่อนบ้านทั้งหมดดิฉันก็ผ่อนมาคนเดียว สามีไม่ได้ช่วยเลย ดิฉันมีหลักฐานในการหักบัญชีธนาคารทุกเดือน
          ตอนนี้ดิฉันต้องการให้สามีมาเซ็นต์ถอนชื่อออกจากการเป็นผู้กู้ร่วม ซึ่งสามีได้เซ็นต์ในเอกสารไว้ให้แล้ว เพราะตัวเขาเองก็รู้ตัวดีว่าไม่ได้มีส่วนช่วยในการผ่อนบ้าน  แต่ทางธนาคารแจ้งว่าต้องมาเซ็นต์ยืนยันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคารเท่านั้น  ดิฉันไม่สามารถจะติดต่อทางสามีได้ เพราะไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน และนิสัยส่วนตัวของสามีเป็นคนเกเร ไม่ซื่อสัตย์เรื่องเงินทอง  และเล่นการพนัน  ดิฉันกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา  ดิฉันขอปรึกษาคือ
          1.   ดิฉันจะมีวิธีไหนบ้างคะที่จะเอาชื่อของสามีออกไปได้ เพราะกลัวว่าถ้าหากเขาเล่นการพนันอีก จะเกิดปัญหากับการมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านหรือเปล่า
          2.   สามีเคยโทรติดต่อมา โดยไม่ได้ทิ้งเบอร์ติดต่อกลับไว้ให้ว่าจะเข้ามาเอาของที่บ้าน (มีของส่วนตัวของสามีเหลืออยู่)  ถ้าหากเขามาที่บ้านตอนกลางคืนหรือเวลาที่ดิฉันไม่สามารถนำตัวเขาไปเซ็นต์ที่ธนาคารได้  ดิฉันสามารถแจ้งตำรวจได้หรือเปล่าคะ  เขาจะอ้างได้หรือเปล่าว่าเขาก็เป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน  แต่เราแยกทางกันแล้ว 1 ปี พอดี (และแยกทางกันไม่ดีด้วย เพราะดิฉันก็เกือบจะถูกทำร้ายร่างกาย)
           3.   ไม่ทราบว่าดิฉันพอจะมีทางไหนที่จะปกป้องทรัพย์สินให้เป็นของลูกได้บ้างคะ  มีบางคนบอกว่าถ้าดิฉันเสียชีวิตไป  บ้านก็เป็นของสามีทั้งหมด  ดิฉันสามารถทำพินัยกรรมเอาไว้ก่อนได้มั๊ย   หรือมีวิธีอื่นที่จะทำได้บ้างหรือเปล่า

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
           การที่คุณได้ซื้อบ้าน  โดยมีผู้กู้ร่วมคือสามี  โดยที่ในโฉนดได้มีบันทึกสลักหลังเป็นเจ้าของร่วมกัน  ตามที่คุณกล่าวอ้างมานั้น  โดยหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373  ถ้าทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดไว้ในทะเบียนที่ดิน  ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีอิทธิพลครอบครอง  เพราะฉะนั้นการที่คุณกับสามีมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมกันในโฉนดที่ดิน  กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า  คุณกับสามี  เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในบ้านนั้น  ส่วนการที่คุณได้กล่าวอ้างว่า  การผ่อนชำระบ้างทั้งหมด  คุณผ่อนมาคนเดียว  ซึ่งมีหลักฐานในการหักบัญชีของธนาคารทุกเดือน  หากมีกรณีพิพาทเกี่ยวด้วยความเป็นเจ้าของบ้านที่ซื้อนั้น  คุณก็ย่อมมีสิทธิที่จะนำสืบถึงการผ่อนชำระราคาบ้านโดยลำพังของคุณต่อศาลได้  แม้กฎหมายจะสันนิษฐานว่า  อดีตสามีคุณเป็นเจ้าของกรรมร่วมในบ้านหลังนั้นก็ตาม  แต่ก็ไม่ใช่บทสันนิษฐานเด็ดขาด  ซึ่งสามารถนำสืบกันได้  ถึงความเป็นมาของความเป็นเจ้าของบ้านนั้นได้
           หากคุณต้องการที่จะเอาชื่อของสามีออกไปจากโฉนดที่ดิน  เพื่อป้องกันกรณีที่มีเจ้าหนี้ของสามีคุณ  มายึดบ้านในฐานัที่สามีคุณเป็นเจ้าของเพื่อชำระหนี้  คุณชอบที่จะใช้สิทธิทางศาล ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55  เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนชื่อสามีคุณออกจากโฉนดได้
          ส่วนการที่สามีคุณเขามีชื่อในโฉนดว่าเป็นเจ้าของร่วม  ซึ่งตามกฎหมายสันนิษบานว่าสามีคุณเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย  ดังนี้  ตราบใดศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนซึ่งสามีคุณออกจากโฉนด  เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของบ้านร่วมอยู่ด้วยเขาจึงอ้างได้ว่าเขาเป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน
           อนึ่ง  การที่คุณจะปกป้องทรัพย์สินของคุณให้เป็นลูกนั้นคุณก็สามารถทำพินัยกรรมมอบให้ลูกของคุณแต่ผู้เดียวได้  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1646 ว่าบุคคลจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตาย  ในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ  อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้  ตามสิทธิของตนอยู่แล้ว 
          ส่วนที่มีบางคนบอกว่า  ถ้าคุณเสียชีวิตไป  บ้านก็เป็นของสามีทั้งหมด  ซึ่งเป็นคำบอกกล่าวที่ไม่ถูกต้อง  แม้สามีคุณมีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของร่วม  แต่ก็เป็นการสันนิษฐานของกฎหมาย
           ซึ่งโดยหลักแล้ว หากไม่ได้มีคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลให้เพิกถอนชื่อของสามีคุณออกจากโฉนด  สามีคุณก็มีส่วนเป็นเจ้าของบ้านเพียงกึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่ง  ดังนั้นหากคุณเสียชีวิตไป  ส่วนของคุณที่คุณมีส่วนเป็นเจ้าของอยู่ครึ่งหนึ่ง  จึงตกทอดให้แก่ลูกของคุณ  ซึ่งตามกฎหมาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629(1) เป็นผู้สืบสันดาน  และเป็นทายาทโดยธรรม  ลูกคุณจึงมีสิทธิได้รับมรดกในบ้านครึ่งหนึ่งในส่วนที่เป็นของคุณ  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599  และมาตรา 1600

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1377 
ถ้าผู้ครอบครองสละเจตนาครอบครอง หรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไปไซร้ การครอบครองย่อมสุดสิ้นลง
            ถ้าเหตุอันมีสภาพเป็นเหตุชั่วคราวมีมาขัดขวางมิให้ผู้ครอบครองยึดถือทรัพย์สินไซร้ ท่านว่าการครอบครองไม่สุดสิ้นลง

มาตรา 1599 เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท
          ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา 1600  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ เว้นแต่ ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

มาตรา 1629 ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดั่งต่อไปนี้ คือ
          (1)  ผู้สืบสันดาน
         คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635

มาตรา 1646  บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 55 
เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 64

เรียน คุณทนายที่เคารพ
          ปัญหามีอยู่ว่า พ่อหนูได้กู้ร่วมซื้อบ้านกับพี่สะไภ้พ่อ ซึ่งในโฉนดที่ดินก็เป็นชื่อพ่อหนูและพี่สะไภ้พ่อ และได้นำโฉนดที่ดิน มากู้ธนาคารไทยพานิช ตั้งแต่พ.ศ.2537 แต่ในปี พ.ศ.2538 พี่สะไภ้พ่อ ได้แยกทางกับลุงไป มีสามีที่ต่างประเทศ ซึ่งทางพ่อหนูก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย จึงทำให้พ่อหนูได้รับภาระหนี้สินส่งธนาคาร แต่เพียงผู้เดียวมาตลอด จนถึงปัจจุบัน พ่อหนูส่งธนาคารไกล้ครบแล้ว พ่อหนูอยากทราบว่าจะทำอย่างไรดีคะ
หนี้ธนาคารก้ส่งใกล้ครบแล้ว ถ้าส่งหมดแล้วธนาคารจะโอน เป็นชื่อพ่อหนูคนเดียวได้หรือไม่ และจะถอดถอนชื่อ พี่สะไภ้พ่อ ออกจากโฉนดที่ดิน ได้หรือไม่คะ เพราะเขาไม่ได้ส่งเลย พ่อหนูส่งคนเดียว และติดต่อทางเขาไม่ได้เลยด้วยค่ะเป็นเวลา20กว่าปีแล้วค่ะที่ติดต่อเขาไม่ได้  ทางครอบครัวหนูเครียดมากๆๆเลยค่ะ คุณทนาย มีแต่เพียงใบเสร็จที่ส่งธนาคารเก็บไว้ค่ะ
โดยคุณ วันวิสา ไวยธิศรี (49.229.xxx.xxx) 11 เม.ย. 2560, 19:44

ตอบความคิดเห็นที่ 64

หากต้องการจะโอนที่ดิน จำเป็นต้องให้เจ้าของที่ดินเป็นผู้โอน เพราะเป็นสิทธิในการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินเป็นของเจ้าของที่ดินเท่านั้นตามปพพ. มาตรา 1336 กรณีของท่าน แม้จะผ่อนชำระค่าบ้านดังกล่าวแทนก็ไม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 11 พ.ค. 2560, 15:16

ความคิดเห็นที่ 63

 คือผมไปทำเรื่องกู้บ้าน เป็นทรัพย์ของแบงค์ แล้วผมส่งหลักฐานไป ทางแบงเอาประวัติคีย์เข้าคอมฯแล้วประเมินออกมาให้ผม ได้Bกู้ได้แค่80%จากราคาบ้าน ต้องหาส่วนต่างอีก 20%มาจ่ายที่เหลือ ก็จะกู้ผ่าน แต่ผมไม่มี ทางแบงค์ก็บอกไปหาผู้กู้ร่วมมา เพราะว่า รายได้ผมกับหนี้สินผมไม่มีปัญาหา (เพราะผมรับผิดชอบเรื่องค่าผ่อนบ้านทั้งหมด)แค่หาผู้กู้ร่วม มาเพื่อปรับอัพเกรดให้ได้B+ จะได้90%ของราคาบ้าน ถ้าได้B+ผมมีความสามารถทำสัญญาซื้อได้ครับ คือ ผมงง ทางแบงค์บอกว่าผู้กู้ซื้อร่วมสามารถ ขอถอดชื่อออกจากผู้กู้ร่วมได้ ในระยะเวลาที่แบงค์อนุมัติและสามารถถอนชื่อภายในตั้งแต่หกเดือนหรือหนึ่งปี ได้หรือครับ

โดยคุณ ผู้กู้ร่วมสามารถยื่นขอถอนชื่อออกจากผู้กู้ร่วมที่กู้อยู่ได้ไหมครับ (49.48.xxx.xxx) 30 ม.ค. 2560, 20:41

ตอบความคิดเห็นที่ 63

 การยื่นขอถอนชื่อผู้กู้ร่วมต้องได้รับความยินยอมจากผู้กู้ร่วมและธนาคารครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.89.xxx.xxx) 8 ก.พ. 2560, 11:11

ความคิดเห็นที่ 62

 การยื่นขอถอนชื่อผู้กู้ร่วมต้องได้รับความยินยอมจากผู้กู้ร่วมและธนาคารครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.89.xxx.xxx) 8 ก.พ. 2560, 11:11

ความคิดเห็นที่ 61

 รบกวนสอบถามคะ

การถอนผู้ร่วมกู้ออกจากธนาคารและต้องไปถอนชื่อออกจากโฉนดที่กรมที่ดิน ในกรณีมีผู้ร่วมกู้3คนต้องการถอนผู้ร่วมออก2คนเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายยังไง ไม่เข้าใจที่บอกว่าหาร3 หาร3ยังไง..?? และคืออะไรคะ...?? ไม่เข้าใจคะ..??

โดยคุณ วันเพ็ญ (27.55.xxx.xxx) 6 ต.ค. 2559, 15:52

ตอบความคิดเห็นที่ 61

 หากคุณท่านต้องการที่จะเอาชื่อผู้กู้ร่วมออกไปจากโฉนดที่ดิน ท่านชอบที่จะใช้สิทธิทางศาล ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนชื่อผู้กู้ร่วมออกจากโฉนดได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (180.183.xxx.xxx) 31 ต.ค. 2559, 14:21

ความคิดเห็นที่ 60

 หากคุณท่านต้องการที่จะเอาชื่อผู้กู้ร่วมออกไปจากโฉนดที่ดิน ท่านชอบที่จะใช้สิทธิทางศาล ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนชื่อผู้กู้ร่วมออกจากโฉนดได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (180.183.xxx.xxx) 31 ต.ค. 2559, 14:21

ความคิดเห็นที่ 59

 สวัสดีค่ะ คุณทนาย มีเรื่องสอบถามค่ะ 

กู้ซื้อบ้านร่วมกับแฟนเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ไม่ได้จดทะเบียนคะ ตอนนี้เลิกรากันแล้วคะ ดิฉันออกมาอยู่ข้างนอกได้เกือบ 6 เดือน บ้านแฟนเป็นคนอยู่ค่ะ แต่เค้าค่อนข้างมีปัญหาทางการเงิน จะติดค้างส่งค่าบ้าน 1 งวดบ้าง 2 งวดบ้าง ค่าบ้านดิฉันหักผ่านบัญชีเงินเดือนเนื่องจากใช้สวัสดิการที่ทำงานคะ ตอนเลิกกันตกลงว่าจะขาย แต่ตอนนี้เค้าไม่ยอมขายคะ และจะเอาบ้านไปจัดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล ดิฉันจะทำอย่างไรดีค่ะ อยากถอนชื่อออกจากการกู้ร่วม ซึ่งเค้าเองอายุ 60 ี แล้วค่ะ กลัวถ้าธนาคารจะไม่อนุมัติผ่านถ้าเป็นชื่อเค้าคนเดียว ทุกข์ใจมากคะ เพราะเราเองก็ต่องใช้เงิน แต่เค้าเป็นเอาเปรียบเรา โดนที่ให้เราถูกหักเงินเดือนไปเรื่อย แต่ตัวเองอยู่บ้าน

โดยคุณ Chayapo (182.232.xxx.xxx) 11 ส.ค. 2559, 19:40

ตอบความคิดเห็นที่ 59

 แนะนำให้ท่านเข้าพบธนาคารผู้ให้กู้เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย หรือ ยกเลิกสัญญาครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 24 ส.ค. 2559, 15:46

ความคิดเห็นที่ 58

 แนะนำให้ท่านเข้าพบธนาคารผู้ให้กู้เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย หรือ ยกเลิกสัญญาครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 24 ส.ค. 2559, 15:46

ความคิดเห็นที่ 57

รบกวนสอบถามค่ะ

ดิฉันตกลงซื้อบ้านและมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับสามีก่อนการจดทะเบียนสมรสซื้อได้ประมาณ 3 เดือน สามีตกงานไม่มีรายได้ ดิฉันเป็นฝ่ายผ่อนเองมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันประมาณ 3 ปีกว่า จึงได้ไปจดทะเบียนกัน แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาสามีมีหมายศาลมาฟ้องร้องเรื่องบัตรเครดิต

1. หากคดีความตกลงกันว่าให้ผ่อนชำระเป็นรายงวดแต่สามีไม่สามารถผ่อนชำระได้และถูกบังคับยึดทรัพย์ บ้านหลังนี้จะถูกยึดด้วยไหมค่ะ เนื่องจากว่าไม่ได้ทำงานต้องดูแลพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็ง

2. หากต้องการไถ่ถอนชื่อสามีออกจากกรรมสิทธิ์ในตัวบ้านสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากต้องการนำบ้านไปรีไฟแนนแต่ไม่สามารถทำได้เพราะสามีติดแบลคลิสและไม่มีรายได้ค่ะ

โดยคุณ พชรพร (110.77.xxx.xxx) 11 พ.ค. 2559, 08:53

ตอบความคิดเห็นที่ 57

 หากสามีท่านมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมในบ้านดังกล่าว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถบังคับคดียึดขายทอดตลาดได้ครับ ท่านและสามีควรดำเนินการชำระหนี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไกล่เกลี่ยหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้ถอนการยึดบ้านครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 24 ส.ค. 2559, 15:46

ความคิดเห็นที่ 56

 หากสามีท่านมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมในบ้านดังกล่าว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถบังคับคดียึดขายทอดตลาดได้ครับ ท่านและสามีควรดำเนินการชำระหนี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไกล่เกลี่ยหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้ถอนการยึดบ้านครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.88.xxx.xxx) 24 ส.ค. 2559, 15:46

ความคิดเห็นที่ 55

 อยากจะทราบว่าจะถอนชื่อผู้กู้หลักออกจากบ้านหลังที่ชื่อด้วยกันทำได้ไหมค่ะและมีวิธีใดมากแนะนำด้วยค่ะเพราะตอนนี้ผ่อนบ้านคนเดียวแต่เราเป็นแค่ผู้กู้ร่วมอยากได้กรรมสิทธิบ้านหลังนี้ไว้ให้กับลูกค่ะเพราะเราผ่อนไปเราไม่รู้เลยวันข้างหน้ามันจะมีปัญหาเราอยากจะชื้อบ้านหลังนี้เป็นของเราเองจะทำได้ไหมค่ะเพราะตอนนี้เราไม่สามารถติดต่ออดีตสามีไม่ได้เลยค่ะ

โดยคุณ (202.176.xxx.xxx) 12 พ.ย. 2558, 17:41

ตอบความคิดเห็นที่ 55

ท่านจะสามารถทำการดังกล่าวได้ต่อเมื่อธนาคารเจ้าหนี้ได้ตกลงยินยอมด้วยเพราะมีลักษณะเป็นการปลดหนี้ที่เจ้าหนี้แสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้คนหนึ่งคนใดตาม ป.พ.พ.มาตรา 340

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (14.207.xxx.xxx) 8 ธ.ค. 2558, 15:37

ความคิดเห็นที่ 54

ท่านจะสามารถทำการดังกล่าวได้ต่อเมื่อธนาคารเจ้าหนี้ได้ตกลงยินยอมด้วยเพราะมีลักษณะเป็นการปลดหนี้ที่เจ้าหนี้แสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้คนหนึ่งคนใดตาม ป.พ.พ.มาตรา 340

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (14.207.xxx.xxx) 8 ธ.ค. 2558, 15:37

ความคิดเห็นที่ 53

มีเรื่องสอบถามค่ะ แฟนดิฉันซื้อบ้านแต่มีผู้กู้ร่วมเป็นแฟนเก่าแต่ไม่ได้สมรส ไม่ได้จดทะเบียน ตอนนี้จ่ายไปแล้วเกือบ 3 ปี แฟนชำระเงินค่าบ้านเพียงคนเดียว ต้องการจะถอนผู้กู้ร่วม แต่กะว่าจะทำการให้แฟนเก่าเซ็นต์ใบกรรมสิทธิ์โอนลอยไว้จะมีผลอะไรมั้ยคะ ในตอนสิ้นสุดการซื้อบ้านอ่ะค่ะ

โดยคุณ nam (49.230.xxx.xxx) 2 ก.ค. 2558, 13:48

ความคิดเห็นที่ 52

 กู้บ้านร่วมกับสามี โดยใช้สวัสดีการโรงงานสามี  สามีเป็นคนกู้หลัก ตอนกู้ไม่ได้จดทะเบียน ความสัมพันธ์เป็นสมรสไม่จดทะเบียน  บ้านส่งมาได้7ปีแล้ว  แต่ตอนนี้ดิฉันกับสามีตกลงจะเลิกลากัน  โดยแบ่งทรัพย์สินกัยดังนี้

1.บ้านดิฉันจะเป็นคนส่งต่อ  โดยจะจ่ายเงินเป็นเงินสดให้สามี  แทนเงินที่หักจากบัญชีเขา

แต่ดิฉันต้องการที่จะ  เอาชื่อสามีออก  อยากที่จะให้ดิฉันเป็นคนกู้คนเดียว  ไม่ทราบว่าสามารถทำได้รึเปล่าค่ะ  

แล้ววันที่เราไปหย่ากัน  สามารถเขียนลงว่าดิฉันเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านแต่เพียงผู้เดียวได้ไหมค่ะ  

อยากทำให้เป็นสิทธิของดิฉันคนเดียวค่ะ  กลัวจะมีปัญหาตามมาทีหลังค่ะ  เพราะเลิกกันเพราะสามีมีแฟนใหม่

**ลืมบอกไปค่ะ  ดิฉันกับสามีได้มาจดทะเบียนกันภายหลัง  รบกวนผู้รู้ช่วยตอบ ดิฉันทีค่ะ  ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ มยุรฉัตร (49.230.xxx.xxx) 25 มิ.ย. 2558, 09:23

ความคิดเห็นที่ 51

 ผมได้กู้ร่วมซื้อบ้านกับพี่เขย แต่ผมเป็นผู้ส่งจนครบกำหนดคนเดียว แต่ชื่อที่สลักหลังโฉนดเป็น2คนทำอย่างไรครับที่จะได้ชื่อเป็นโฉนดคนเดียวมีวิธีการใดบ้างครับ

โดยคุณ ชัยรัตน์ (171.96.xxx.xxx) 6 พ.ค. 2558, 20:25

ตอบความคิดเห็นที่ 51

การที่ท่านกับพี่เขยมีชื่อในโฉนดที่ดิน จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมแห่งที่ดินและบ้านตาม ป.พ.พ.มาตรา 1373 กรณีตามปัญหา การที่ท่านเป็นผู้ผ่อนชำระหนี้กู้ยืม ก็ไม่มีบทกฎหมายใดให้สิทธิแก่เจ้าของรวมผู้ชำระหนี้นั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แห่งที่ดินและจดทะเบียนเป็นชื่อตนแต่เพียงผู้เดียวในโฉนดที่ดินนั้น เว้นแต่จะมีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (58.136.xxx.xxx) 26 พ.ค. 2558, 11:53

ความคิดเห็นที่ 50

การที่ท่านกับพี่เขยมีชื่อในโฉนดที่ดิน จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมแห่งที่ดินและบ้านตาม ป.พ.พ.มาตรา 1373 กรณีตามปัญหา การที่ท่านเป็นผู้ผ่อนชำระหนี้กู้ยืม ก็ไม่มีบทกฎหมายใดให้สิทธิแก่เจ้าของรวมผู้ชำระหนี้นั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แห่งที่ดินและจดทะเบียนเป็นชื่อตนแต่เพียงผู้เดียวในโฉนดที่ดินนั้น เว้นแต่จะมีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (58.136.xxx.xxx) 26 พ.ค. 2558, 11:53

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก