ปรึกษาทนาย – ปัญหาเรื่องที่ดิน|ปรึกษาทนาย – ปัญหาเรื่องที่ดิน

ปรึกษาทนาย – ปัญหาเรื่องที่ดิน

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ปรึกษาทนาย – ปัญหาเรื่องที่ดิน

คุณศราวุธ ขอคำปรึกษาทนายคลายทุกข์ว่า กระผมมีเรื่องรบกวนถามหน่อยครับคือ

บทความวันที่ 25 ก.พ. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 22220 ครั้ง


ที่ดิน

ปรึกษาทนาย ปัญหาเรื่องที่ดิน

 

คุณศราวุธ ขอคำปรึกษาทนายคลายทุกข์ว่า กระผมมีเรื่องรบกวนถามหน่อยครับคือ ผมวางมัดจำที่ดินไป 2 แสนบาท เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2552 จึงทำการเซ็นสัญญากันแต่ที่ดินยังไม่ได้แบ่งแยกนะครับ แล้ว 1 อาทิตย์ ต่อมาผมให้เจ้าของที่ดินไปแบ่งแยกให้เพื่อจะนำไปกู้ธนาคารครับ  แต่เจ้าของที่บอกว่าถ้าจะให้แบ่งต้องวางเงินมัดจำเพิ่ม  โดยจะขอเพิ่มอีก 1 แสนบาท

 

เรื่องก็เลยเกิดว่า ผมมารู้ทีหลังว่าที่ดินนั้นติดจำนองอยู่ โดยเจ้าของที่ดินไม่บอก  ผมเลยไปขอเอกสารจากกรมที่ดินมาในวันที่ 16 ก.พ. 2552 และถ่ายสำเนามาด้วย  โดยที่เจ้าของที่ดินไม่รู้พอผมถามไปก็บอกว่าที่ดินไม่มีปัญหาหรอกรีบนำเงินมาให้จะได้แบ่งแยกเร็วๆโดยโกหกว่าทีดินอยู่ศาล เดี๋ยวไปเอาออกมาให้วันเดียวก็เสร็จ  ผมก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงไม่บอกว่าที่ดินติดจำนองอยู่กลับมาโกหกว่าอยู่ที่ศาล  และยังให้สำเนาโฉนดที่ดินที่ไม่ได้ติดจำนองมาเป็นหลักฐานในการเซ็นสัญญามัดจำด้วย 

 

ผมก็เลยไม่ไว้ใจ เมื่อที่ดินมีปัญหาผมจึงขอยกเลิกสัญญา  แต่เจ้าของที่ไม่ยอมคืนเงินให้ พอเขารู้ว่าผมไปที่ดินในวันที่ 16 ก.พ. 2552 เขาเลยไปที่ดินในวันที่ 17 ก.พ. 2552 คือในวันต่อมา และก็ได้ไปถอนจำนองออกมา  และยื่นเรื่องแบ่งแยกเรียบร้อยโดยไม่สนใจเงินอีก 1 แสนบาท ที่ต้องการจากผมแต่อย่างใด  นี่เป็นเรื่องคร่าวๆครับ  พอตอนนี้ผมต้องการเงินมัดจำคืน เขาบอกว่าเขาไม่ได้ผิดสัญญาแต่อย่างไร เนื่องจากเขาได้ถอนจำนองออกมาแล้ว และยื่นเรื่องแบ่งแยกตามที่ผมต้องการแล้ว  ผมจึงขอถามอาจารย์หน่อยครับว่า ถ้าผมจะฟ้องขอยกเลิกสัญญา

 

1.ในสัญญาผู้จะขายตกลงจะขายและผู้ซื้อตกลงจะซื้อที่ดินโดยปลอดจากสิทธิภาระผูกพันใดๆ  ซึ่งเจ้าของที่ไม่ยอมเปิดเผยและปกปิดเอกสารตัวจริงแก่ผู้ซื้อ  ในกรณีเช่นนี้เข้าข่ายผิดสัญญาไหมครับ

            2. สัญญาระบุงวดที่ 2 ระบุวางเงินในวันที่ 10 ก.พ. 2553 ซึ่งเป็นเวลา 1 ปีและเจ้าของที่ดินได้ไปถอนจำนองออกมาแล้วในวันที่ 17 ก.พ. 2552 และเป็นการไถ่ถอนจำนองหลังสัญญาในข้อที่ 1 โดยเจ้าของที่บอกว่าได้ทำตามสัญญาแล้ว

3. ในกรณีอย่างนี้ผมมีสิทธิ์จะฟ้องยกเลิกสัญญาได้ไหมครับ

4. ถ้าผมฟ้องจะต้องฟ้องอาญาหรือแพ่งครับ

            5. ผมจะมีสิทธิ์ได้เงินคืนไหมครับถ้าต้องฟ้องจริงๆ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 480

ขอปรึกษาหน่อยนะคะ...

คือดิฉันและอดีตสามี(ต่างชาติ) ได้ซื้อที่ดินพร้อมบ้านประมาณสี่ไร่กว่า มีสองโฉนด .. โดยที่อดีตสามีเป็นคนออกเงินซื้อที่ดินจำนวนหนึ่งล้านบาทถ้วน เมื่อปีพ.ศ.2550 และได้ทำสัญญาไว้สองฉบับ คือสัญญากู้ยืมเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทและอีกฉบับเป็นหนังสือก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินมีกำหนด 30 ปี รวมสองโฉนดกับดิฉันโดยในสัญญากู้เงินบอกว่า 

1. ผู้ให้กู้(สามี)ตกลงให้ผู้กู้(ดิฉัน)เป็นจำนวนหนึ่งล้านบาทโดยผู้กู้ได้นำเงินไปซื้อที่ดินจำนวนสองแปลง

2. ผู้ให้กู้ตกลงให้ผู้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย

3. ผู้กู้ตกลงชำระเงินเมื่อถูกทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งนี้ภายในระยะเวลาหกเดือนนับแต่ได้รับหนังสือทวง (ไม่มีหนังสือทวง)

4. ผู้กู้สัญญาว่าในระหว่าที่ยังไม่ได้ชำระหนี้ไม่เสร็จ จะไม่นำที่ดินบางส่วนหรือทั้งหมดออกขาย ให้ ให้เช่า หรือก่อภาระผูกพันธ์ใดๆบนที่ดินเว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

5. หากผู้กู้ไม่ปฏิบัติตามในข้อ 4. ให้ถือว่าผู้กู้ผิดสัญญายินยอมให้ฟ้องร้องเรียกเงินต้นคืนโดยไม่ต้องแจ้งเป็นหนังสือ


และในสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดิน ระบุว่า

หนังสือนี้ทำขึ้นระหว่าง น.ส ศรีสุพรรณ ดำรงค์วัฒน์ (ผู้ถือกรรมสิทธ์) และ นาย วิลเลี่ยม เดวิดสัน (ผู้ทรงสิทธิ์)

ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญากันดังต่อไปนี้ 

1. เจ้าของที่ดินตกลงยินยอมให้ นาย วิลเลี่ยม เดวิดสัน มีสิทธิจัดสร้างโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง และเพาะปลูกบนดินและใต้ดิน 

     มีกำหนด 30 ปี รวมสองโฉนด นับตั้งแต่วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

2. ผู้ทรงสิทธิ์เหนือพื้นดิน มีค่าเช่าแก่เจ้าของที่ดินเป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาทถ้วน 


ปัญหาคือ พอหลังจากซื้อที่ดินได้ประมาณสองหรือสามเดือน สามีดิฉันก็กลับต่างประเทศ โดยเป็นผู้ต้องหาคดี พยายามฆ่าข่มขืน อดีตภรรยา และได้ถูกตัดสินให้ติดคุก 6 ปี. แต่ดิฉันก็ยังอาศัยและทำกินบนที่ดินผืนนี้จนถึงทุกวันนี้... หลังจากที่สามีพ้นโทษก็ไม่ได้กลับมาทันที ดิฉันเห็นว่า สามีอายุมากแล้วและมีพระคุณที่ได้ซื้อที่ดินผืนนี้ให้ ก็เลยให้กลับมาอยู่ด้วยกัน.. แต่พออยู่ได้สักพัก ก็มีปัญหามีปากเสียงกันแต่ก็ไม่ได้รุนแรง สามีก็ไปๆมาระหว่างเมืองไทยและต่างประเทศ แต่ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อสามีติดแอลกอฮอล์และบุหรีอย่างหนัก ตัวดิฉันได้ขอร้องให้เลิก หรือไม่ก็ไปสูบบุหรี่และดื่มให้ห่างจากดิฉันเพราะว่าแพ้แอลกอฮอล์และควันอย่างหนัก       ( อ้อ..ลืมบอกไปว่าช่วงที่สามีไปติดคุก ดิฉันได้สร้างบ้านอยู่เองอีกหลังโดยสร้างให้อยู่ด้านหน้าซึ่งใกล้เคียงเพื่อนบ้าน ส่วนบ้านหลังเดิมอยู่เข้าไปในสวน และห้องน้ำไม่ได้อยูในบ้านแต่จะอยู่ห่างออกไป ซึ่งไม่ปลอดภัยสำหรับดิฉันที่ต้องอยู่ลำพัง เพราะเคยถูกงัดบ้านและถูกรบกวนตอนกลางคืนโดยจะมีผู้ชายมาเดินรอบๆบ้าน ดิฉันก็เลยตัดสินใจปลูกบ้านหลังเล็กอีกหลังโดยให้อยู่ใกล้กับเพื่อนบ้านและปลอดภัยกว่าหลังเดิม) และทุกครั้งที่สามีกลับมาเมืองไทยจะต้องดื่มต้องสูบทุกวัน จนดิฉันต้องขอให้แยกกันอยู่เพราะแพ้อย่างหนักและสามีไม่ได้ให้ความช่วยเหลือในการรักษาแต่อย่างใด แต่ให้ค่าใช้จ่ายเดือนละ 5,000 บาท โดยรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างภายในบ้านและรวมไปถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัวของดิฉันด้วย.. หนักเข้าก็ออกไปดื่มข้างนอก บางวันก็กลับเช้าบางวันก็ไม่กลับและสามียังเป็นคนเจ้าชู้มักจะไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นเสมอเป็นอยู่แบบนี้มาประมาณสามปีโดยที่ดิฉันยังคงดูแลเรื่องอาหารการกิน และเครียดหนัก ... ดิฉันพยายามทำทุกทางเพื่อให้สามีดูแลสุขภาพเพราะสามีมีโรคประจำตัวหลายโรคมาก ทุกครั้งที่สามีมาเมืองไทยดิฉันเครียดจนต้องทานยาคลายเครียดทุกวันและเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าดิฉันกลัวว่าสามีจะไม่หายใจเวลาหลับ กลัวแกจะหยุดหายใจเพราะเป็นโรคหัวใจและยังเคยหัวใจวายมาแล้วสามครั้ง .. ดิฉันไม่เคยได้นอนหลับสนิทสักคืนเดียวตลอดเวลาที่สามีมาอยู่เมืองไทย ต้องคอยตื่นและเช็คดูว่าสามียังหายใจอยู่รึเปล่า.. เป็นแบบนี้มาตลอด... ล่าสุดที่ถึงจุดแตกหัก เมื่อดิฉันพาสามีไปเยี่ยมญาติเพื่อนที่ชัยภูมิ และเช่นเคย สามีก็ดื่มเหมือนเดิมและทุกครั้งจะไม่สามารถควบคุมตัวเองหรือจำอะไรได้เลย..และยังได้ไปทำเจ้าชู้กับน้องสาวของเพื่อนตามปกตินิสัยโดยไม่แคร์ว่าดิฉันจะรู้สึกอย่างไร... พอกลับมาจากชัยภูมิ ก็ไปค้างที่บ้านเพื่อนโดยยังคงเมาเหมือนเดิม และถึงขนาดฉี่ใส่กางเกงและที่นอนของเพื่อน ดิฉันก็รอให้สามีสร่างเมาก็ให้ขับรถกลับบ้าน ตลอดทางดิฉันก็เครียดเพราะสามีไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ร้อยเปอร์เซนต์ จนขับมาถึงบ้านสามีก็ได้ขับรถพุ่งใส่บ้านดิฉันเลย ก็บาดเจ็บเล็กน้อย เสียหายบ้าง เพราะดิฉันทำแปลงดอกไม้ไว้ข้างบ้าน แปลงดอกไม้เลยช่วยลดการกระแทกให้ลดลงไป... ดิฉันโกรธมากที่แกไม่ยอมรับว่าขับชนบ้านทั้งๆทีหลักฐานทนโท่ แถมคราวนี้ขาสามีเกิดอักเสบจากเชื้อราเรื้อรัง ดิฉันก็พยายามรักษาทำความสะอาดให้ทุกวัน พาไปหาหมอ และบอกให้หยุดดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ต้องทานยา แต่สามีไม่เคยฟังและ สามีมักจะโกหกจนกลายเป็นนิสัย ดิฉันเครียดจนทนไม่ไหวก็เลยไปอยู่บ้านแม่ประมาณเกือบๆอาทิตย์นึง สามีก็โทรบอกให้เรียกแท๊กซี่บอกว่าจะกลับต่างประเทศแล้ว ดิฉันก็เลยกลับมาและถามให้แน่ใจว่าจะไปจริงหรือไม่อย่างไร.. แต่สามีก็ได้เก็บของไปเกือบหมดแพ็คเรียบร้อย ดิฉันก็เลยเรียกรถแท๊กซี่แอร์พอร์ตให้มารับ แต่สามียังไม่กลับแต่ไปพักที่ในตัวเมืองโดยไม่โทรติดต่อมาเลย จนกลับไปต่างประเทศหกเจ็ดเดือน ก็ไม่มีการส่งเสียไดๆทั้งสิ้น และพอกลับมาเมืองไทยเมื่อวันที่ 16 เดือนธันวาที่ผ่านมา สามีไม่ได้ติดต่อดิฉันแต่ได้ไปอยู่กับเพื่อนที้ร้อยเอ็ดจนกระทั่ง วันที่ 25 สามีได้ติดต่อมาบอกให้ช่วยหาโรงแรมหรือห้องพักให้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาที่บ้าน ดิฉันก็หาห้องพักที่ใกล้ๆร้านสะดวกซื้อและสะดวกสำหรับสามีในการเดินทาง และยังได้ซื้ออาหารผลไม้ไปให้ที่ห้องพัก แต่สภาพของสามียังอยู่ในอาการเมา ดิฉันก็เลยตัดสินใจจากมา...แต่ดิฉันก็ยังเป็นฝ่ายโทรถามไถ่และสามีก็ยังเมาเหมือนเดิม จนก่อนที่สามีจะเดินทางกลับต่างประเทศ วันที่ 5 สามีได้โทรหาและถามว่าดิฉันจะไปหาแม่วันไหนให้แวะไปหาหน่อยมีเรื่องจะคุยด้วย ดิฉันบอกว่าจะเข้าไปวันอาทิตย์ตอนเช้า แต่สามีไม่ยอม ดิฉันก็เลยบอกว่างั้นก็ไม่ต้องเจอ พอวันเสาร์ดิฉันกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านก็ได้มีรถกระบะเข้ามาจอดและมีผู้ชายสี่คนลงมาจากรถ หนึ่งในนั้นคือสามีดิฉันเองและน้องเขยเป็นคนขับรถ โดยเมื่อมาถึงน้องเขยดิฉันซึ่งเป็นต่างชาติก็ได้มีการต่อว่าดิฉันโดยไม่ได้ถามไถ่อะไร และได้มีการข่มขู่ว่า สามีดิฉันสามารถไล่ดิฉันออกไปจากบ้านได้ทันทีตอนนี้ ดิฉันก็งงว่าทำไมสามีไม่พูดเรื่องจริงว่าอะไรเป็นอะไร และดิฉันไม่เคยคิดที่จะยึดที่ดินเลย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนต่างชาติสองสามคนถึงได้เข้ามาข่มขู่ว่าดิฉันไม่มีสิทธิ์อะไรเลยในที่ดินผืนนี้..... 

จริงหรือไม่คะคุณทนายคะ... ดิฉันเป็นคนโง่ไม่ฉลาดเรื่องกฏหมายหรือเอกสารใดๆลยค่ะ.. ขอรบกวนช่วยตอบให้เข้าใจหน่อยค่ะ และขอคำแนะนำด้วยว่าดิฉันต้องทำยังไงต่อไป.. ต้องย้ายออกไปมั้ยคะ.... 


ขอบคุณมากๆเลยค่ะ


โดยคุณ ศรีสุพรรณ ดำรงค์วัฒน์ 10 ม.ค. 2561, 12:42

ความคิดเห็นที่ 479

ขอปรึกษาเรื่องที่ดินค่ะคุณทนายที่เคารพ

ปัญหามีอยู่ว่า  คุณตาได้ครอบครองที่ดินในเขตเทศบาลอำเภอ ตอนนี้คุณตาเสียชีวิตไป 50 ปี แล้ว มีเอกสารครอบครองที่ดิน2 แปลง รวม 8 ไร่ คือ นส.3 และ สค.1 ชำระค่าภาษีที่ดินมาต่อเนื่องทุกปี  ต่อมาคุณยายและคุณแม่ไปขอให้สำนักงานที่ดินมาทำการรางวัลเพื่อออกโฉนดแต่สำนักงานที่ดินแจ้งว่าที่ดินมีปัญหา  ยังออกโฉนดไม่ได้ เพราะมีเอกสารคุณตาเขียนเป็นลายมือยกให้เป็นที่สาธารณะประโยชน์  คุณยายไม่ทราบมาก่อน บอกว่าไม่จริงใครจะยกให้ลูกหลานก็มี  อยากเรียนถามว่าเราจะตั้งเรื่องอย่างไรคะ  จะยื่นเรื่องอย่างไรให้เขาออกโฉนดให้เรา  ขอบพระคุณมากค่ะ

โดยคุณ สายใจ ชูช่วย 12 ธ.ค. 2560, 11:29

ความคิดเห็นที่ 478

อยากสอบถามคะพอดีที่ที่พ่อแม่ยุมา20ปีล่ะแต่ไม่มีฉโนดที่ดินเราสามรถไปขอออกฉโนดได้หรือป่าวค่ะพอดีว่าอยากทำบ้านไหมแล้วกลัวอนาคตเขามาไล่ที่ที่เห็นพ่อแม่บอกเป็นแต่หลวงก็เลยงงว่าบ้านตรงกันทำไหมเขามีโฉลดขนาดยุในหมู่บ้านเดียวกัน

โดยคุณ จอย 18 ต.ค. 2560, 23:20

ความคิดเห็นที่ 477

เรื่องมีอยู่ว่า ปู่กับย่าต้องการให้พ่อกับแม่หนูมาอยู่ด้วย แม่ก็ได้ขายสมบัติแม่มาอยู่กับปู่ย่าจนหมด อยู่ไปสักพักก็เกิดปัญหาคือปู่ไม่ชอบแม่และไล่แม่หนี แม่เลยต้องการจะหนีแต่อยากให้ปู่คืนเงินให้แม่เป็นบางส่วนเพื่อจะไปซื้อที่ดินที่เก่าคืนจากน้องสาว แต่ปู่ไม่มีเงินให้ และย่าไม่อยากให้แม่กลับบ้านเดิม ปู่อยากให้พี่สาวคนที่2ของพ่อมาเลี้ยงปู่ จึงได้ตกลงกันว่า ที่ดินของพี่สาวคนที่2ของพ่อ จะยกให้พ่อและแม่ แต่ติดที่ว่าพี่สาวคนที่2 ของพ่อเอาไปจำนองไว้เป็นระยะ 20 กว่าปี ไม่เคยไปติดต่อกับผู้จำนองเลย พี่สาวของพ่อให้บอกกับพ่อว่าถ้ามีเงินตอนไหนให้ไปไถ่มา พร้อมที่จะโอนให้ ก็ได้เอาคนเฒ่าคนแก่มาคุยกัน และไม่มีลายลักษณ์อักษร เพราะไม่มีผู้ใหญ่บ้าน พอตกลงกันเสร็จ พี่สาวคนที่2 ก็ได้รื้อบ้านไปอยู่กับปู่ และบ้านพ่อและแม่ก็ย้ายมาปลูกบนที่ดินของพี่สาวคนที่2ของพ่อ โดยที่ไม่ห่างกันนัก พอสักพักพี่สาวคนที่2ของพ่อไม่ดูแลปู่กับย่า ลูกๆจึงพากันมีความคิดเห็นให้ปู่กับย่าไปอยู่บ้านพี่สาวคนที่1 แต่ที่ดินที่พี่สาวคนที่2ของพ่ออยู่ไม่ใช่ชื่อตน แต่เป็นชื่อของพี่สาวคนที่1 ในตอนนั้นได้ตกลงไว้ว่า ถ้าหากพี่สาวคนที่2ได้ดูแลปู่กับย่าให้ดี จะโอนให้แต่พี่สาวคนที่2ของพ่อไม่ดูแลปู่ย่า พี่สาวคนที่1จึงยังไม่โอนให้แต่จะโอนให้แน่นอนถ้าพี่สาวคนที่2ของพ่อ โอนที่ดินของพี่สาวคนที่2 ที่คิดจำนองไว้ให้กับพ่อ อยู่มาเป็นระยเวลาหนึ่งพ่อแม่ได้ขอทะเบียนพร้อมเลขที่บ้านเป็นของตน สร้างบ้านขึ้นใน พ.ศ2547 อยู่มาเป็นระยะเวลา 13 ปี พ่อและแม่ได้หาเงินมาจำนวนนึ่ง เพื่อที่จะไปไถ่โฉนดออกมาแล้วให้พี่สาวคนที่2 โอนให้แต่ในวันที่ไปไถ่ได้แจ้งกับพี่สาวคนที่2ของพ่อว่าจะไปไถ่ให้ไปด้วยกัน พี่สาวคนที่2ไม่ไป พ่อกับหนูเลยไปไถ่ด้วยกัน2คน และไม่มีเอกสารการไถ่ถอนเพราะในสมัยนั้นไม่มีเอกสารการจำนองอะไรเลย มีแต่โฉนดที่ดิน นส.3 อย่างเดียว พอพ่อไปไถ่ออกมาเสร็จพี่สาวคนที่2 ของพ่อกับไม่ยอมโอนให้และบอกจะเอาที่คืน ได้มีการไกล่เกลี่ยแล้ว แต่พี่สาวคนที่2ของพ่อไม่ยอมโอน พ่อจึงได้จ้างทนายเพื่อฟ้องครอบครองปรปักษ์ หนูจึงอยากสอบถามว่ามีสิทธิ์ที่จะชนะคดีบ้างไหมค่ะ  

โดยคุณ อั้ม 23 ก.ย. 2560, 00:48

ตอบความคิดเห็นที่ 477

ครองครองปรปักษ์ เป็นการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ซึ่งในเบื้องต้นทรัพย์สินที่จะครอบครองปรปักษ์ได้นั้น ต้องเป็นทรัพย์สินที่มีกรรมสิทธิ์ กล่าวคือต้องเป็นที่ดินมีโฉนด สำหรับที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญหรือว่าที่ดินมือเปล่า (น.ส.3) จะมีได้เพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น จึงไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์เพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 ได้ครับ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 24 ต.ค. 2560, 14:48

ความคิดเห็นที่ 476

ปัญหามีอยู่ว่า
เมื่อเดือน เม.ย 59 ดิฉันได้ทำสัญาเช่า กับนางสาวยอด  เพื่อทำไร่อ้อย จำนวนปีที่เช่า 3ปี แต่ตกลงกันจ่ายเงินกันปีต่อปี คือตอนนี้ได้จ่ายค่าเช่า ไปจำนวน 2ปี ก็คือ งวดที่1=20 เม.ย.59 งวดที่ 2ก็คือ =20 เม.ย.60ประมาณช่วงเดือน เม.ย.2560 เจ้าของที่ดินได้ไปบอกขายที่ดินให้กับนายสำราญ  ดิฉันได้ไปสอบถามผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่าบอกดิฉันให้ไปคุยกับผู้ซื้อ
ดิฉันได้ไปสอบถามผู้ซื้อแล้ว ผู้ซื้อบอกว่าอยากได้ที่ทำกินเลย  ดิฉันอยากทราบถามว่า
1.ดิฉันจะไปเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะยังมีตออ้อยที่ยังไม่ครบสัญญา จำนวน 1ปี ได้จากที่ใคร
โดยคุณ สุดารัตน์ 14 ก.ย. 2560, 13:03

ตอบความคิดเห็นที่ 476

เมื่อผู้ให้เช่าได้ขายที่ดินให้กับนายสำราญ กรณีดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 นั้น นายสำราญ ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของนางสาวยอด ผู้โอน อันมีต่อท่านในฐานะผู้เช่า ดังนั้นแล้ว นายสำราญ จึงต้องให้ท่านใช้ประโยชน์ที่ดินตามสัญญาเช่านั้นต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาเช่า หากนายสำราญ ผู้รับโอน ไม่ให้ท่านใช้ประโยชน์ กรณีดังกล่าวถือเป็นการโต้แย้งสิทธิท่าน ท่านสามารถฟ้องนางสาวยอดต่อศาลเพื่อเรียกเอาค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาเช่านั้นได้ในฐานะคู่สัญญา ทั้งนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 28 ก.ย. 2560, 15:53

ความคิดเห็นที่ 475

ลูกพี่ลูกน้องมาขอยืมโฉนดที่ดินของย่าทวดไปจำนองที่สหกรณ์ ตอนนี้ย่าทวดเสียชีวิตแล้วแต่ยังไม่ไถ่ถอนที่ดินมาคืน หนูควรทำยังไงได้บ้างค่ะ และไม่ส่งเงินให้สหกรณ์ตามที่คุยกันไว้ แถมขาดการติดต่อ ขอคำปรึกษาด้วยค่ะ
โดยคุณ เวนิกา 13 ก.ย. 2560, 14:14

ตอบความคิดเห็นที่ 475

กรณีตามปัญหานั้นเป็นการจำนองที่ดินของย่าทวด เพื่อประกันหนี้ของลูกพี่ลูกน้อง ถ้าเป็นการจำนองที่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับชำระหนี้เอากับทรัพย์จำนองนั้น ถ้าท่านไม่อยากให้เจ้าหนี้บังคับจำนองกับที่ดินของย่าทวดของท่าน ท่านก็ต้องไปไถ่ที่ดินนั้นออกมา แล้วก็ไปไล่เบี้ยเอาเงินคืนจากลูกหนี้ (ลูกพี่ลูกน้อง) นั้นตามจำนวนที่ท่านได้ชำระไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 724

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 28 ก.ย. 2560, 15:45

ความคิดเห็นที่ 474

คือว่าพ่อป่วยแม่ป่วยแล้วญาติทางพ่อมาเอาตัวพ่อไป ตอนแลกบอกว่าจะช่วย แต่กลับเอาพ่อไปโอนนาให้ และยังไปเปลื่ยนชื่อผู้รับเงิน ธ.ก.ส อีกแล้วผมจะทำไงดีคับ ซึ่งผมหมดเงินกับค่ารักษา ค่าดูแล ๑ปี แล้วนามี๔ไร่ก็ยังไม่ให้ผมทำอีกแต่ผมมีสัญญาเช่าคับ  ผมจ่ายล่วงหน้าไป18000บาทแล้ว เช่าไร่ละ1000บาทคับ ผมควรทำไงดีคับ

โดยคุณ กฤตภาส เรืองโชติ 15 เม.ย. 2560, 00:23

ตอบความคิดเห็นที่ 474

มีที่ดินผืนเล็กแปลงนึง ต้องการแบ่งเป็น4ส่วน คือ ลุง แม่ผม น้า1 และน้า2

มีบ้านเดิมอยู่แล้ว3หลัง เรื่องคือ น้า2ได้ทำเรื่องโอนที่ดินจากย่าทวด ซึ่งเสียไปนานแล้ว ไม่ได้ยกให้ใครมาเป็นของตัวเอง โดยจะแบ่งให้พี่น้องภายหลัง จากนั้นก็ทำการรังวัดที่เสร็จ คือ

ลุง(50ตรว)

น้า1(60ตรว)

น้า2คนทำเรื่อง(90ตรว)

แม่ผม แต่จะโอนเป็นชื่อผม(65ตรว)

ทุกคนพอใจ และโอนให้ลุง กับน้า1จนทำบ้านใหม่หลังที่4 ในสวนนั้น 

พอถึงตอน แม่ผมจะโอน เขากลับขอแก้โฉนดใหม่ โดยอยากได้ทางเข้าอีกทางหนึ่ง คือส่วนของบ้านผม และเส้นวัดใหม่นี้ไม่ได้วัดเอาแค่ทางเข้า แต่วัดผ่ากลางบ้าผมไปด้วย ซึ่งหากโฉนดใหม่ออกมา บ้านผมส่วนนึงต้องอยู่ในเขตที่ดินของน้า2 

แบบนี้ผมจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไรครับ เราทะเลาะกันเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว และวันที่ปักหมุดใหม่ แม่กับน้อง ก็ไม่ก้าทักท้วง เพราะกลัวทะเลาะกันอีกครับ ขอคำแนะนำเ้วยครับ


โดยคุณ ไกรศร เสาคำ 25 ก.ค. 2560, 16:42

ตอบความคิดเห็นที่ 474

หากท่านมีความต้องการอย่างไร ควรเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางญาติของท่านต่อไป

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 1 มิ.ย. 2560, 14:37

ความคิดเห็นที่ 473

รบกวนสอบถามค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่า หนูได้เช่าที่อยู่มา 40 กว่าปี อยู่ ๆ เจ้าของที่มาไล่ที่ บอกให้ย้ายออกภายใน 3 เดือน พอหนูบอกว่า ทำไมเร็วจัง เขาบอกว่าเขาฝากบอกมากับคนที่มาเก็บเงินค่าเช่าตั้งนานแล้วว่าให้ย้ายออก แต่คนที่เก็บเงินค่าเช่า(ซึ่งเป็นคนของเขา) ไม่ยอมบอกต่อ แล้วพอไปเจรจา ก็บอกว่าต้องย้ายออกภายใน 3 เดือน ค่ารื้อถอนเขาก็ไม่ให้ หนูจะทำยังไงได้บ้างคะ


ปล.ตอนแรกอยู่มา 20 ปีแรก ไม่มีการทำสัญญา เพิ่งเริ่มมีการทำสัญญาตอน 20 ปีหลัง แต่สัญญาอยู่กับเขา หนูไม่มีสัญญา เลยไม่รู้เขาระบุอะไรบ้าง

โดยคุณ พัชรินทร์ 14 เม.ย. 2560, 06:49

ความคิดเห็นที่ 472

 เรียนสอบถามค่ะ

แม่ดิฉันมีทีดิน 200 ตารางวา  แบ่งให้ลูกสี่คน พี่สาวคนโต 50 วา พี่สาวคนที่สอง 48 วา อยู่ทางด้านหลัง ดิฉันได้ 44 วา พี่ชายได้ 43 วา อยู่ทางด้านหน้าของที่ ซึ่งหน้าบ้านติดกับถนนสาธารณะ  แต่แม่ได้แบ่งทางเข้าไว้ในโฉนดใหญ่เพื่อเป็นทางเดิน  เพื่อพี่สาวสองคนสามารถเดินเข้าออกได้

ปัญหามีอยู่ว่า พี่สาวคนที่สองต้องการเอาที่เข้าธนาคาร ต้องการให้ทางเข้าเป็นที่สาธารณะ แต่แม่ได้เสียชีวิตไปแล้ว  พี่สาวคนที่สองได้นำเอกสารมาให้เซนต์ยินยอม พร้อมกัลแนบสำเนาของโฉนดใหญ่ที่แบ่งเป็นสี่ส่วน มีทางเดินตรงการ เป้นแบบฟอร์หนังสือให้ความยินยอมของเครือญาติ โดยขอลายเซนต์และสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของดิฉัน  แต่ในแบบฟอร์มยังไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรเลย  โดยจะให้ดฺิฉันเซนต์

ดิฉันไม่กล้าเซนต์ ดิฉันควรทำอย่างไรคะ

ขอบคุณค่ะ

ดี

โดยคุณ ดี 10 มี.ค. 2560, 21:25

ความคิดเห็นที่ 471

 ที่ดินเป็นของตาแต่ตาเสียไป40 ปีแล้วยกที่ดินแปลงนี้ให้แม่ผมกับอา ปัญหาติดที่ว่านส3 เป็นชื่อป้าคนโตที่ตาผมสั่งให้ป้าแบ่งให้แม่ผมกับอาแต่ตอนนี้แม่ผมได้เสียไปแล้วผมจะมีโอกาศที่ดินแปลงนี้หรือป่าวเพราะป้าเค้าจะไม่ให้ผมแต่ให้อา

โดยคุณ ต่อ 3 มี.ค. 2560, 11:34

ความคิดเห็นที่ 470

เรียนปรึกษาค่ะ 

ที่ดิน ของย่าคือ ย่าได้โอนที่ดินเป็นสัญญาซื้อขายให้ลูกชายคนโตเพื่อเข้า ธกส. แต่ย่าไม่ได้รับเงินจากลูกชายสักบาท และได้เป็นคนจ่ายค่าโอนด้วยซ้ำ ต่อมาลูกชายได้เสียชีวิต ลง ลูกสะใภ้ซึ่งเป็นภรรยาผู้ตาย ได้ยื่นเรื่องต่อศาลาเพื่อจัดการมรดก และรับหนี้จากธกส. โอนที่ดินเป็นของตัวเอง และได้ไล่ย่า ออกจากที่ดิน ซึ่งถือสิทธิเป็นของตนเอง  ย่าจะสามารถฟ้องร้อง เอาที่ดินคืนจากลูกสะใภ้ได้หรือไหมค่ะ 

โดยคุณ แอน 23 ก.พ. 2560, 09:25

ความคิดเห็นที่ 469

 สอบถามค่ะ มีที่ดินของตายายอยู่ แล้วตาให้ที่ดินกับผู้อื่นใช้ในในการทำมาหากิน แต่ตอนหลังเขาได้ทำการกล่าวอ้างที่ดินผืนดังกล่าวผนวกเข้ากับที่ดินของตนเอง เมื่อเจ้าของที่ถึงแก่กรรม ญาติต้องการโอนแล้วนำไปขาย เราสามารถทักท้วงเพื่อเอาที่ดินในส่วนของเราคืนมาได้หรือไม่ เราสามารถนำใบ สค.๑ มาใช้ในการอ้างอิงได้หรือไม่อย่างไรคะ หรือมีข้อแนะนำอื่น ๆ

โดยคุณ 6 ก.พ. 2560, 20:04

ตอบความคิดเห็นที่ 469

 หากผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่าซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครอง ได้
แต่การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ต้องฟ้องภายใน 1ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 24 ก.พ. 2560, 14:50

ความคิดเห็นที่ 468

 หากผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่าซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครอง ได้
แต่การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ต้องฟ้องภายใน 1ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 24 ก.พ. 2560, 14:50

ความคิดเห็นที่ 467

 อยากสอบถามคะคือพ่แฟนเก็บโฉนดที่ดินของแฟนไว้และเค้าก็ไม่ยอมคืนให้ถ้าไปขอคัดโฉนดใหม่ต้องทำยังไงบ้างคะและใช้เวลานานมั้ยคะพอดีอยูต่างจังหวัดเทียวไปเทียวมาบ่อยๆก็คงลำบากอะคะ

โดยคุณ เบ็ญจพิศ 17 ธ.ค. 2559, 16:55

ตอบความคิดเห็นที่ 467

 ขั้นตอนการขอออกโฉนดใหม่ควรสอบถามที่สำนักงานที่ดิน และปัจจุบันระบบโฉนดของสำนักงานที่ดินยังไม่ใช่ระบบออนไลน์ท่านจึงจำเป็นต้องไปขอออกโฉนดใหม่ที่สำนักงานที่ดินยังสาขาที่ที่ดินของท่านตั้งอยู่ในเขต

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 11 ม.ค. 2560, 13:55

ความคิดเห็นที่ 466

 ขั้นตอนการขอออกโฉนดใหม่ควรสอบถามที่สำนักงานที่ดิน และปัจจุบันระบบโฉนดของสำนักงานที่ดินยังไม่ใช่ระบบออนไลน์ท่านจึงจำเป็นต้องไปขอออกโฉนดใหม่ที่สำนักงานที่ดินยังสาขาที่ที่ดินของท่านตั้งอยู่ในเขต

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 11 ม.ค. 2560, 13:55

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก