การละเมิดชื่อทางการค้า (Trandename)|การละเมิดชื่อทางการค้า (Trandename)

การละเมิดชื่อทางการค้า (Trandename)

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

การละเมิดชื่อทางการค้า (Trandename)

ปัจจุบันมีนักธุรกิจบางคนชอบสร้างฐานะตัวเองแบบรวยทางลัด

บทความวันที่ 21 ก.ค. 2559, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 7253 ครั้ง


 การละเมิดชื่อทางการค้า (Trandename)

 
ปัจจุบันมีนักธุรกิจบางคนชอบสร้างฐานะตัวเองแบบรวยทางลัด โดยการเอาเปรียบผู้อื่น เอาชื่อทางการค้าของผู้อื่นมาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของชื่อ มีทั้งเอาชื่อทางการค้าของบุคคลอื่นมาใช้เหมือนกันทุกประการ หรือใช้คำพ้องเสียง พ้องรูป หรือมีเนื้อหาหรือความหมายใกล้เคียงกับของบุคคลอื่น ซึ่งการทำธุรกิจดังกล่าวโดยการนำสติปัญญาของผู้อื่นมาหาประโยชน์ ถือว่าไม่มีธรรมาภิบาล เป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นที่ผ่านมา ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาคดีลักษณะนี้มาแล้ว ทนายคลายทุกข์จึงขอนำตัวอย่างคดีมานำเสนอท่านผู้อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ หากท่านคิดว่าจะเอาชื่อทางการค้าของผู้อื่นมาใช้ พึงระวังว่า ท่านอาจต้องถูกดำเนินคดีและต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการกระทำละเมิดของท่าน ส่วนค่าเสียหายจะมากน้อยเพียงไร  ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำสืบของโจทก์ หากมีความเสียหายมากท่านก็อาจถึงขั้นล้มละลายได้
 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  4672/2545
          โจทก์ได้ใช้คำว่า “ORIENTAL” และ “โอเรียนเต็ล” เป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ และชื่อทางการค้าในกิจการโรงแรมของโจทก์จนมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปมานานแล้ว โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายบริการไว้ในจำพวกที่ 42 สำหรับการให้บริการธุรกิจโรงแรมและโมเต็ลโดยมิได้จดทะเบียนในจำพวกธุรกิจบ้านจัดสรรและอาคารชุดไว้ ต่อมาจำเลยได้ใช้คำว่า “ORIENTAL SUITE” และ “โอเรียนเต็ลสวีท” เป็นชื่อโครงการอาคารชุดของจำเลยธุรกิจอาคารชุดของจำเลยจึงมิใช่จำพวกสินค้าหรือบริการที่โจทก์ได้จดทะเบียนไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือบริการที่ไม่ได้จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 46 วรรคแรก อย่างไรก็ตาม โจทก์ได้ใช้คำว่า “ORIENTAL” เป็นชื่อทางการค้าและชื่อโรงแรมในการประกอบกิจการโรงแรมในระดับ 5 ดาว จนมีชื่อเสียงได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากสาธารณชนทั่วไป โจทก์จึงเป็นเจ้าของและมีสิทธิในชื่อทางการค้า คำว่า “ORIENTAL” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 18 ซึ่งตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว โจทก์มีสิทธิฟ้องบุคคลอื่นที่นำชื่อทางการค้าของโจทก์ไปใช้โดยไม่สุจริตจนทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดว่าเป็นกิจการเดียวกับโจทก์หรือเกี่ยวข้องกับโจทก์และทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของชื่อต้องเสื่อมเสียประโยชน์
            การที่จำเลยนำคำว่า “โอเรียนเต็ล” และ “ORIENTAL” ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าในกิจการโรงแรมของโจทก์มาใช้เป็นชื่อในโครงการอาคารชุดของจำเลยซึ่งเป็นกิจการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกิจการโรงแรมของโจทก์เพราะเป็นการให้บริการในเรื่องห้องพักอาศัยเช่นเดียวกัน ประกอบกับโครงการอาคารชุดของจำเลยกับโรงแรมของโจทก์ต่างตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม้จะอยู่คนละฝั่งแต่ก็เยื้องกันไม่มากนับว่าอยู่ใกล้เคียงกัน ย่อมก่อให้เกิดความสับสนหรือหลงผิดต่อสาธารณชนว่ากิจการของจำเลยเป็นกิจการของโจทก์หรือโจทก์มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องอยู่ด้วย การกระทำของจำเลยที่ใช้ชื่อทางการค้าของโจทก์ที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ จึงเป็นการแอบอ้างเอาชื่อเสียงจากชื่อทางการค้าของโจทก์ไปหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยไม่สุจริตและเป็นการละเมิดต่อโจทก์
        ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยในประการแรกว่า การที่จำเลยใช้คำว่า “ORIENTAL” และ “โอเรียนเต็ล” กับโครงการอาคารชุดของจำเลยเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของจำเลยว่า ก่อนที่จำเลยจะทำโครงการอาคารชุดที่ใช้ชื่อว่า โอเรียนเต็ล สวีท (ORIENTAL SUITE) นี้ จำเลยเคยทำโครงการอาคารชุดมาแล้ว 3 โครงการ โดยทุกโครงการจำเลยตั้งชื่อตามสถานที่ตั้งของโครงการทั้งสิ้นได้แก่ โครงการวิภาวดี สวีท ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ถนนวิภาวดี โครงการสุขุมวิท สวีท ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ถนนสุขุมวิท และโครงการสีลม สวีท ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ถนนสีลม ดังนี้ การที่จำเลยตั้งชื่อโครงการอาคารชุดของจำเลยว่า โอเรียนเต็ล สวีท (ORIENTAL SUITE) โดยมิได้ตั้งชื่อตามสถานที่ตั้งของโครงการซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 17 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร จึงเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยของจำเลย ข้อที่จำเลยอ้างว่าจำเลยใช้คำว่า “โอเรียนเต็ล” และ “ORIENTAL” ในชื่อโครงการอาคารชุดของจำเลยเนื่องจากภูมิสถาปัตย์ของโครงการหันหน้าเข้าสู่ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งคำว่า “ORIENTAL” มีความหมายว่าทางด้านตะวันออก อันเป็นกุศโลบายให้แก่ลูกค้าที่จะซื้ออาคารชุดของจำเลยว่าจะพบกับความรุ่งโรจน์นั้นก็ไม่สมเหตุสมผล เพราะยังมีคำในภาษาไทยและภาษาต่างประเทศอีกหลายคำที่มีความหมายว่าทางด้านตะวันออกที่จำเลยสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่จำต้องใช้คำว่า “โอเรียนเต็ล” และ “ORIENTAL” ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยใช้คำว่า “โอเรียนเต็ล” และ “ORIENTAL” เพราะจำเลยตั้งใจว่าจะตกแต่งภายในอาคารชุดให้เป็นไปในลักษณะตะวันออกอย่างแท้จริง และเพราะเป็นโครงการแรกที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาจึงต้องการสื่อความหมายให้ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นการใช้ชีวิตอยู่ริมแม่น้ำอันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวตะวันออกนั้น ตามคำให้การของจำเลยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้ในข้อนี้ไว้ด้วยจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยการที่จำเลยนำคำว่า “โอเรียนเต็ล”และ”ORIENTAL” ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าในกิจการโรงแรมของโจทก์มาใช้เป็นชื่อในโครงการอาคารชุดของจำเลยซึ่งเป็นกิจการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกิจการโรงแรมของโจทก์เพราะเป็นการให้บริการในเรื่องห้องพักอาศัยเช่นเดียวกัน ประกอบกับโครงการอาคารชุดของจำเลยกับโรงแรมของโจทก์ต่างตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม้จะอยู่คนละฝั่งแต่ก็เยื้องกันไม่มากนับว่าอยู่ใกล้เคียงกัน ย่อมก่อให้เกิดความสับสนหรือหลงผิดต่อสาธารณชนว่ากิจการของจำเลยเป็นกิจการของโจทก์หรือโจทก์มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องอยู่ด้วย การกระทำของจำเลยที่ใช้ชื่อทางการค้าของโจทก์ที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไปทั้งในและต่างประเทศจึงเป็นการแอบอ้างเอาชื่อเสียงจากชื่อทางการค้าของโจทก์ไปหาประโยชน์โดยไม่ชอบ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และเป็นการละเมิดต่อโจทก์
          มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการต่อไปว่า โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ดังกล่าวแล้วว่าจำเลยนำชื่อทางการค้าของโจทก์มาใช้ด้วยการโฆษณาขายอาคารชุดของจำเลยและต่อมาปรากฏว่าการดำเนินการก่อสร้างโครงการอาคารชุดของจำเลยหยุดชะงักเพราะไม่มีเงินทำต่อ  การกระทำของจำเลยย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงเกียรติคุณและความน่าเชื่อถือทางการค้าที่โจทก์ได้สั่งสมมานานอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ซึ่งศาลมีอำนาจวินิจฉัยและกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามสมควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางใช้ดุลพินิจกำหนดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 20,000 บาท นับว่าเหมาะสมแล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น
          พิพากษายืน
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2


โดยคุณ nutyooyoo (49.230.xxx.xxx) 5 ก.ย. 2560, 13:03

ความคิดเห็นที่ 1

 ได้รับเงินกู้เร่งด่วนของคุณในวันนี้ที่อัตราดอกเบี้ย 2% สำหรับการรับประกันและความไว้วางใจของลูกค้าทั่วโลก เรามีทุกชนิดของเงินให้สินเชื่อตั้งแต่ 20,000 ถึง $ 10,000,000.00 คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในวันนี้และยังชำระหนี้ของคุณทันที

อีเมล์: liongateloanfirm452@gmail.com

ชื่อ: -------
เพศ: -----------
ประเทศ: -------------
ที่อยู่ติดต่อ: ----------
จำนวนเงินกู้ที่จำเป็น: -------------
รายได้ต่อเดือน: ------------
อาชีพ: ----------------
วัตถุประสงค์ของการกู้ยืมเงิน: ----------
โทรศัพท์บ้าน:--------------
โทรศัพท์: -----------------
ได้ที่คุณใช้ในการขอสินเชื่อมาก่อนหรือไม่

อีเมล์: liongateloanfirm452 @ gmail.com

กรุณาอย่ากรอกแบบฟอร์มสั้น ๆ นี้และได้รับกลับมาให้เราโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้พระเจ้าอวยพรคุณเป็นคุณ


เรื่องที่ดีที่สุด
สิงโตประตูเงินกู้การลงทุน จำกัด

โดยคุณ Lawren (209.58.xxx.xxx) 7 ธ.ค. 2559, 05:50

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก