คู่สมรสลงชื่อเป็นพยานในสัญญาถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน|คู่สมรสลงชื่อเป็นพยานในสัญญาถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน

คู่สมรสลงชื่อเป็นพยานในสัญญาถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

คู่สมรสลงชื่อเป็นพยานในสัญญาถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน

มีท่านผู้อ่านหลายท่านที่มีคู่สมรสแล้ว สอบถามทนายคลายทุกข์ เกี่ยวกับกรณีคู่สมรสฝ่ายหนึ่ง

บทความวันที่ 9 เม.ย. 2558, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 9713 ครั้ง


คู่สมรสลงชื่อเป็นพยานในสัญญาถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน

            มีท่านผู้อ่านหลายท่านที่มีคู่สมรสแล้ว สอบถามทนายคลายทุกข์ เกี่ยวกับกรณีคู่สมรสฝ่ายหนึ่งไปกู้ยืมเงินธนาคารหรือไปเช่าซื้อรถยนต์หรือไปเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ให้กับบุคคลอื่น ซึ่งคู่สมรสกระทำไปเป็นการเฉพาะตัวมิได้นำเงินมาใช้ในครอบครัว แต่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้ไปลงชื่อเป็นพยานในสัญญา หรือไปลงชื่อให้ความยินยอม จะต้องร่วมรับผิดหรือไม่ ทนายคลายทุกข์ขออธิบายเป็นรายประเด็นดังต่อไปนี้
            ประเด็นแรก  หนี้ที่เกิดก่อนสมรส
            ถ้าหนี้ที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก่อให้เกิดขึ้นเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนสมรส แม้ต่อมาภายหลังสมรส คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันก็ตาม ก็ยังคงถือเป็นหนี้ส่วนตัวของฝ่ายที่ก่อหนี้ ไม่อาจกลายเป็นหนี้ร่วมไปได้
            ประเด็นที่สอง หนี้ที่เกิดระหว่างสมรส
            หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้น เพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียวในระหว่างสมรส ถ้าคู่สมรสอีกฝ่ายได้ให้สัตยาบัน โดยลงชื่อให้ความยินยอมหรือลงชื่อในฐานะพยาน ถือว่าเป็นการให้สัตยาบันโดยปริยายแล้ว หนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ร่วมที่สามีและภริยาจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ตัวอย่างคำพิพากษาของศาลฎีกาเกี่ยวกับการให้สัตยาบันในหนี้ที่คู่สมรสได้ก่อขึ้น
            คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3425/2545
            การที่จำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นพยานและเป็นผู้ให้ความยินยอมในฐานะภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 ผู้ค้ำประกันหนี้ของบริษัท ว. แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะมิได้มีส่วนรับเงินไปใช้เป็นการส่วนตัว หรือกิจการของครอบครัวก็ตาม แต่หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากการที่จำเลยที่ 1 สามีก่อขึ้นในระหว่างสมรสเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียวโดยจำเลยที่ 2  ผู้เป็นภริยาได้ให้สัตยาบันแล้ว จึงเป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490(4) จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์
           คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2548
           จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ในระหว่างที่จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน หนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่จำเลยได้ก่อขึ้นในระหว่างสมรส แม้ตอนที่จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ผู้ร้องจะมิได้ร่วมอยู่ด้วยและไม่ปรากฏว่าจำเลยนำเงินกู้มาใช้ในกิจการใดก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องขับรถยนต์พาจำเลยไปที่บ้านโจทก์หลายครั้งและผู้ร้องขอผัดผ่อนการชำระหนี้เงินกู้รายนี้ เมื่อโจทก์ทวงถาม พฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าวเชื่อได้ว่าผู้ร้องได้ร่วมรู้เห็นและยินยอมให้จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ ถือได้ว่าผู้ร้องให้สัตยาบันหนี้ดังกล่าวแล้ว หนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490(4) ผู้ร้องต้องร่วมรับผิดกับจำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์ก็มีสิทธิที่จะบังคับชำระหนี้จากบ้านพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสได้ทั้งหมด ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดบ้านดังกล่าว
           คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7631/2552
           สามีจำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโดยมีจำเลยซึ่งเป็นภริยาลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญา จึงถือได้ว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันในการทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว หนี้กู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ร่วมของสามีจำเลยและจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490 (1) โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องลูกหนี้ทุกคนพร้อมกัน ให้ลูกหนี้ชำระหนี้เป็นส่วนๆ หรือจะฟ้องลูกหนี้ทีละคนจนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วนก็ได้ตามมาตรา 290
          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2548
           มูลหนี้คดีนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงและเรียกให้จำเลยชดใช้เงินที่หลอกลวงจากผู้เสียหายคืนให้แก่ผู้เสียหาย จึงเป็นมูลหนี้ละเมิดอันเกิดจากการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นสามีของผู้ร้องแต่ฝ่ายเดียว และเป็นการทำเฉพาะตัว เมื่อผู้ร้องลงลายมือชื่อพยานในหนังสือรับสภาพหนี้ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีอาญา จึงไม่ใช่การรับรองหรือให้สัตยาบันในมูลละเมิดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่จะทำให้เป็นหนี้ร่วมที่มีสามีภริยาจะต้องรับผิดชอบร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 1490
ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1490
  หนี้ที่สามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้นให้รวมถึงหนี้ที่สามีหรือภริยาก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส ดังต่อไปนี้
            (1)หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ
           (2) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส
           (3) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน
           (4) หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียวแต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน
ดังนั้น ถ้าคู่สมรสของท่านไปกู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ของตัวเองฝ่ายเดียว ท่านไม่ควรเข้าไปรับรู้หรือเป็นพยาน หรือให้ความยินยอม มิฉะนั้น ท่านต้องร่วมรับผิดด้วย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

เรียนถามปัญหา...นาง ป.สมรสกับนาย ก.(จดทะเบียนสมรส)ตกลงกู้เงินซื้อบ้านผ่อนชำระกับธนาคาร 15ปี หลังจากนั้น 1 ปี นาง ป.จดหย่าขาดจากนาย ก.แล้วจดทะเบียนสมรสใหม่กับนาย ว.อยู่ๆได้รับข่าวดีจากนาย ก.แจ้งให้นาง ป.ไปเซ็นชื่อเพื่อขอกู้เงินเพิ่มจากธนาคารที่กำลังผ่อนส่งบ้านข้างต้นอีก 3 แสนบาทในฐานะผู้กู้ร่วมตามสัญญากู้ซื้อบ้าน และบอกให้นาย ว.สามีคนใหม่ของั้นนาง ป.ไปลงนามยินยอมการกู้เงินใหม่นี้ด้วยแต่นาย ว.ปฎิเสธเพราะมิใช่ธุระของตนจึงทำให้นาย ก.ไม่พอใจอย่างแรงได้รับแล้วส่งข้อความอาฆาตมาดร้ายนาย ว.ไปทางแอปไลท์ 

      จึงอยากทราบว่า 1.ถ้านาย ว.ไปลงนามยินยอมในฐานะคู่สมรสนาง ป.แล้ว นาย ว.จะต้องรับผิดชอบการกู้เงิน 3 แสนหรือไม่

       2.การที่นาย ก.ส่งข้อความแสดงการอาฆาตมาดร้าย( บอกผัวมึงด้วยอย่าให้เจอกูเอามึงแน่ ) นาย ว.ควรจะดำเนินการต่อไปอย่างไร.

         กรุณาส่งคำวินิจฉัยและคำแนะนำด้วยครับ ขอบพระคุณอย่างสูง.


โดยคุณ นายวีระภัณฑ์ สุวรรณเสวก 6 มิ.ย. 2560, 16:02

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก